2007/Jul/09

ฝนเม็ดเล็ก ค่อย ๆ เทลงมาจากฟากฟ้า แล้วโปรยเม็ดหนาหนักขึ้นเรื่อย จนคนที่เดินอยู่ตามท้องถนนต้องหาที่หลบฝน คนกลุ่มใหญ่ยืนเบียดกันแน่นอยู่ใต้ชายคาสั้น ๆ มองดูคล้ายปลาที่อัดกันอยู่ในกระป๋องเล็ก รถที่เคยวิ่งบนท้องถนนด้วยความเร็วค่อนข้างสูงลดความเร็วลงแทบจะเท่าระดับปั่นจักรยานเร็ว ๆ เสียมากกว่า ถึงอย่างนั้นน้ำที่ขังอยู่ตามทางยังกระเซ็นขึ้นมาเป็นระลอก สายฝนในฤดูร้อนมักจะตกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเสมอ

เอ่อ คาเมนาชิ คาซึยะ คาเมะหยุดแทบจะทันที เมื่อได้ยินเสียงเรียกตนจากอีกฝ่าย ตาเรียวหันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้เหงื่อซึมตามไรผมจนต้องใช้ผ้าขนหนูขึ้นมาซับ

เอ่อ กรุณารับจดหมายฉบับนี้ด้วยครับ จินเปิดเป้ใบใหญ่ ควานหาซองจดหมายสีฟ้าอ่อนขึ้นมา แต่กว่าที่จินจะหยิบได้ซองจดหมายขึ้นมา ตาเรียวเล็กก็ซอกซอนไปเห็นซองเล็ก ที่มีเม็ดยากลมๆ บรรจุอยู่ มือเรียวสวยเอื้อมมารับจดหมาย

แล้วผมจะมาเอาคำตอบตอนเย็นนี้ที่สวน.......นะครับ คนตัวโตก้มหน้างุด รีบผลุนผลันจากไป

จากวันนั้นล่วงมาถึงวันนี้ เวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ คนตัวเล็กยังเหมือนเดิม เสื้อสีขาวบางเปียกชื้นเพราะหยดน้ำกระเซ็น ผมเส้นเล็กสีน้ำตาลเข้มหมาดน้ำ ไม่ชุ่มโชกเหมือนเมื่อก่อน ภายใต้ร่มพลาสติกสีขาวขุ่นคนสองคนเดินฝ่าสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ตาเรียวเหลือบไปมองมือใหญ่หนาที่จับก้านร่มคอยบังฝนให้เขา แต่ตัวของอีกคนกลับพ้นชายร่มไปกว่าค่อน คนตัวเล็กกว่าขยับตัวนิดหนึ่งเพื่อให้อีกคนเขยิบเข้ามาใกล้ แต่คาเมะยิ่งขยับ จินยิ่งเขยิบ เขยิบแค่มือที่ยื่นไปคลุมร่มให้คนตัวเล็ก ส่วนตัวของจินกลับเปียกชุ่ม

ปากบางเชิดขัดใจ กลอกตาไปด้านหนึ่งอย่างใช้ความคิด ก่อนจะยกมือขาวจับหมับไปที่มือใหญ่หนา จินสะดุ้งโหยงเหมือนเจอของร้อน มือใหญ่โตแทบจะปล่อยร่มทิ้ง แต่ติดที่คาเมะจับทับเอาไว้ก่อน

โกรธเราเหรอ เสียงใสมีแววน้อยอกน้อยใจ ไม่ปิดบัง

เปล่า เสียงที่ตอบกลับมาเบา ตาคมหลุบมองพื้น

งั้นเกลียดล่ะ

เปล่า จินเงยหน้าขึ้นมามองคาเมะอย่างตกใจ ไม่เคยแม้แต่จะคิดเลย คำ ๆ นั้น

นั่นสิ ไม่เกลียด ไม่โกรธ แล้วทำไมไปเดินซะไกล.....เหมือนรังเกียจ ท้ายเสียงแสนเบา จนหน้าเข้มร้อนรน

ป...เปล่านะครับ ตรงข้ามต่างหาก

มาเดินตรงนี้สิ เดินอย่างนี้มันเหมือนเดินคนเดียวรู้หรือเปล่า ลูกแก้วกลมใสในดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายแวววาว ทางหางตา คนตัวโตหน้าเข้มแดง ขยิบตัวเข้ามาใกล้ จนไหล่หนาแตะเบา ๆ กับไหล่บาง คาเมะผ่อนจังหวะการก้าวเดินให้ช้าลง ภายใต้ร่มพลาสติกสีขาวคันไม่ใหญ่โต หนุ่มตัวเล็กหน้าอ่อนใส เดินเคียงไปกับหนุ่มร่างสูงที่มีใบหน้าแดงยิ่งกว่าสัญญาณจราจร

เป็นอะไร หรือว่าตากฝนจนเพี้ยน คือ คำทักทายจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของคาเมะ เมื่อตาคมเหลือบไปเห็นเพื่อนตัวเล็กเดินตัวชื้นเข้ามาในห้อง เสื้อซีกหนึ่งค่อนข้างแห้งแต่อีกข้างกลับเปียกชุ่ม ถึงอย่างนั้นตาเรียวกลับพราวระยับ มันเรื่องอะไรกัน เปียกแค่ครึ่ง หรือฝนจะตกแค่ครึ่งฟ้า ไอ้ตัวเล็กถึงได้เดินอมยิ้มมาแต่ไกล

วันนี้ฉันอารมณ์ดี จะไม่ถือสานายละกัน

ยูมองตามเพื่อนตัวเล็กอย่างสงสัย เรื่องอะไรที่ทำให้คาเมะอารมณ์ดีกันนะ ปกติ เปียกฝนมาทีไร เป็นต้องปึงปังโทษลมโทษฟ้าไปได้เรื่อย คนตัวโตกว่ากอดอกอย่างใช้ความคิด เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงหลังๆ ที่คาเมะมักจะอารมณ์ดีอยู่เสมอ มันต้องมีเรื่องอะไรสิน่า หรือว่าจะเป็นเพราะ.......นายคนนั้น

ไปกินข้าวกันไหม คาเมะ เมื่อเลิกเรียน หนุ่มจมูกโตลองชวนคนตัวเล็กไปกินข้าว ถ้าเป็นปกติ คาเมะต้องตกลงแน่ นอกจากหมอนี่จะมีคนไปกินด้วยแล้ว ซึ่งถ้ายูคำนวณไม่ผิด คน ๆ นั้นต้องเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้เจ้าตัวเล็กอารมณ์ดีแน่ ๆ

ไปกินกับสาว ๆ ของนายเหอะ คนตัวเล็กทำน้ำเสียงน้อยใจ สะบัดหน้าไปอีกด้านเพิ่มความสมจริง

ไม่บอกแบบนี้ตั้งแต่แรกฮะ จะได้ไม่ปฎิเสธเอริกะจัง พูดยังไม่ทันจบ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังแทรกขึ้นมา คนตัวเล็กตาวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงลอดผ่านออกมาจากเครื่องมือสื่อสารอันเล็กจิ๋ว

ครับ ว่างครับ

อะไรกัน ยูใจร้าย ไหนบอกจะพาเอริกะไปกินข้าวไง แล้วทำไมยังบอกว่าว่างอีก ฮือ..... ไอ้ตัวเล็กบีบเสียงล้อเลียนพยายามให้เหมือนเสียงผู้หญิงที่สุด พูดดัง ๆ ให้ได้ยินไปถึงปลายสาย ท้ายประโยคยังแอบแถมบีบน้ำตาส่งอีกแน่ะ

เดี๋ยว มิกะจัง เข้าใจผิดแล้ว ฟังผมก่อน ชายหนุ่มละล่ำละลักแก้ตัว แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเจ้าหล่อนกระแทกหูโทรศัพท์ลงโครมใหญ่ จนยูต้องยื่นโทรศัพท์ห่างจากตัว ก่อนจะหูอื้อกะทันหัน

วันนี้ฉันมีนัดแล้ว ไปก่อนนะ ยู ..อิ...จิ...คุง รอยยิ้มของปีศาจตัวน้อย ๆ ระบายบนหน้าสวย เมื่อเห็นเพื่อนคนสนิทถูกสาวเมิน 2 รายเป็นอย่างน้อยเพราะตัวเอง ช่วยไม่ได้ อยากปากเสียก่อนนี่นะ แล้ววันหลังคาเมะจะมากินข้าวด้วยละกัน

เจ้าตัวเล็กเดินลั้ล ลา ไปที่จุดนัดหมาย แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อภาพที่คาเมะเห็นบ่อยจนชินตา คือ คนตัวใหญ่หนา ผิวขาวจัดที่มักจะมาถึงก่อนเวลานัดเสมอ คน ๆ นั้นจะยืนคอยเงียบ ๆ หน้าคมเข้มมักจะก้มมองต่ำ บางครั้งคาเมะยังแอบเห็นคน ๆ นั้นเอาเท้าเขี่ยเศษใบไม้เล่นเหมือนเด็ก ทุก ครั้งที่เจอกัน ตาคมใสแจ๋วจะมองเขาตรงๆ เพียงแว่บเดียว ก่อนจะเสไปมองโน่น มองนี่ ไม่ยอมสบตาเขาอีกเลย แต่วันนี้มันอะไรกัน

คน ๆ นั้นไม่อยู่ตรงที่เดิม ปล่อยให้เขารอเก้อ ทั้ง ๆ ที่นัดกันแล้ว ตาคมมองหน้าปัดนาฬิกาผ่าน ๆ อย่างหงุดหงิด เมื่อเลยเวลานัดมากกว่าสี่สิบนาที อารมณ์ที่ดีมาตลอดวันเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว คิ้วเรียวมุ่นขัดใจ หน้าเรียวเล็กบูดสนิท

กล้าเบี้ยวฉันเหรอเนี่ย นายกล้ามาก อาคานิชิคุง

ปิ๊ง...ป่อง....ปิ๊ง....ป่อง...

คนตัวเล็กกดออดหน้าบ้านแรง 2-3 ครั้งตามอารมณ์ที่ขุ่นมัว ต่อเมื่อหญิงกลางคนหน้าตาใจดีออกมาเปิดประตูต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้ม สติที่หลุดลอยก็ดูเหมือนจะบินกลับเข้าร่าง

ตาเรียวหลุบลงต่ำ ก้มหัวลงเพื่อขอโทษจนหัวเล็ก แทบจะโน้มไปถึงพื้น

ไม่เคยน้อตหลุดขนาดนี้มาก่อน กับแค่คน ๆ หนึ่งเบี้ยวนัด ใช่ว่าตัวเองจะไม่เคยเบี้ยวนัดใคร แต่ทำไมกับคน ๆ เดียว ถึงได้หงุดหงิดปานนี้

ขอโทษครับ คือ ผมเป็นเพื่อนของอาคานิชิ แต่....

จินไม่สบายน่ะจ้ะ ยังไม่ทันได้พูดต่อ หญิงวัยกลางคนก็อธิบายถึงเหตุผลให้คนตัวเล็กฟัง

ตาเรียวเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง แล้วไม่นาน หัวคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นเป็นปม

แม่ของจินหัวเราะน้อย ๆ กับเพื่อนของลูกชาย เปิดประตูเชื้อเชิญให้คนตัวเล็กขึ้นไปเยี่ยมบุตรชายที่นอนซมเพราะพิษไข้

แม่ฝากจินด้วยนะจ๊ะ ฝนตั้งเค้ามาอีกแล้ว ต้องเอาร่มไปรับพ่อตาหนู เดี๋ยวจะป่วยกันทั้งพ่อทั้งลูก

คาเมะผงกหัวรับโดยง่าย ก่อนที่นางอาคานิชิจะออกไป เจ้าตัวเล็กยังโบกมือส่งหยอย เหมือนตัวเองเป็นเจ้าบ้านออกมายืนส่งแขกยังไงอย่างงั้นเลยทีเดียว

เมื่อนางอาคานิชิออกไปแล้ว คาเมะก็จัดการปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย แล้วไม่นาน ขาเล็ก ก็เดินขึ้นไปตามบันไดบ้าน และหยุดลงหน้าห้องที่มีป้ายทำด้วยไม้สลักอักษรหลา ห้องตาหนู

คนตัวเล็กยืนค้างอยู่หน้าห้อง เสียงของนางอาคานิชิลอยแว่วมาตามความทรงจำ ต้องเอาร่มไปรับพ่อตาหนู

หัวเล็กกระหวัดไปถึงคนที่นอนซมอยู่ในห้อง ถึงตัวออกจะโต แต่ท่าทางประหม่าอายที่เห็นจนคุ้นตา จะกลายเป็นตาหนูของที่บ้านก็คงไม่แปลกนี่นะ

มือเล็ก บิดลูกบิดเปิดประตูอย่างเบามือ แล้วก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบที่สุด

เก้าอี้ไม้ข้างโต๊ะหนังสือถูกดึงออกมาใช้สำหรับแขกจำเป็น เจ้าตัวเล็กมองคนที่หลับพริ้มไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง เพราะพิษไข้หรือไงนะ หน้าคมถึงได้เฉดสีจัด ปากอิ่มแดงเข้มเหมือนผลสตรอเบอรี่สุกปลั่ง น่าลิ้มลอง โดยไม่รู้ตัวปากบางแตะแผ่วไปที่ปากอิ่ม สัมผัสอุ่นร้อนทำให้คนตัวเล็กผงะ

เมื่อกี้นี้เขาทำอะไรลงไป นั่นคนป่วยนะ แต่เท่าที่รู้ นี่เขากำลังขโมยจูบคนป่วยอยู่นี่นา

คาซึยะ นายทำอะไรลงไปน่ะ คนตัวเล็กพร่ำถามตัวเองซ้ำไปมา นอกจากไม่มีคำตอบ อวัยวะที่อยู่ทางด้านซ้ายกลับกระหน่ำเต้นระรัวเป็นกลองรบ ยังไม่ทันสงบจิตสงบใจ ตัวต้นเหตุก็พลิกกระสับกระส่าย มือใหญ่หนากระชากเสื้อนอนจนเผยอกกว้างเต็มสองตา

ร้อน เสียงพึมพำคล้ายคนไม่รู้ตัว ในขณะที่มือใหญ่ตั้งท่าจะกระชากเสื้อให้หลุดอยู่รอมร่อ และเสื้อนอนคงจะหลุดจากตัวไปจริง ๆ ถ้าคนตัวเล็กไม่มือไว ตะครุบมือจินไปทั้งตัวจนร่างเล็ก เสียหลักซบลงที่อกชื้นเหงื่อ

เมื่อรู้ตัว มือเล็กบางยันอกกว้างหวังจะลุกขึ้น แต่อ้อมแขนใหญ่กลับกระชับแน่น พึมพำเบา ๆ คาเมะจัง

ตาเรียวสวยช้อนขึ้นมองคนป่วย ไม่แน่ใจ จินหลับจริงหรือเปล่า ลองขยับดูอีกนิด อ้อมกอดแข็งแรงก็ป่ายปะไปทั่ว ทันทีที่หลุดพ้นจากอ้อมกอด คาเมะรีบตะกายไปเกาะเก้าอี้แน่น อดจะปรายตาไปแจกค้อนให้คนป่วยไม่ได้

เมื่อกี๊ฉันขโมยจูบนาย ส่วนนายก็ขโมยกอดฉัน ถือว่าหายกันนะ อาคานิชิ ปากบางเชิดกับคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง

คนตัวเล็กกลับมาประจำตำแหน่งที่เก้าอี้ไม้ข้างเตียง มือบางเอื้อมไปคว้าผ้าห่มที่ร่นไปอยู่แทบเท้าของคนป่วยออกคลี่คลุมร่างสูงใหญ่อีกครั้ง เมื่อมือสัมผัสผิวเนื้อบาง ความอุ่นร้อนที่เพิ่มขึ้น ทำเอาคนตัวเล็กหดมือกลับอย่างทันที

ไข้ขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย คาเมะพึมพำกับตัวเอง หันรีหันขวางมองหาวิธีคลายความร้อน

เช็ดตัว ต้องเช็ดตัว ไวเท่าความคิด คนตัวเล็กลุกพรวดจากเก้าอี้ ออกก้าวเดินไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัวคนป่วยทันที

ไม่นานคนตัวเล็กก็กลับมาพร้อมกะลังมังที่ใส่น้ำจนเต็ม ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกพาดไว้ที่คอบาง ท่าทางทะมัดทะแมงเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นเงอะงะเมื่อเห็นหน้าคนป่วย

อย่าทำหน้าแบบนี้เด้ นายกำลังยั่วฉันอยู่นะ อาคานิชิ คนตัวเล็กมองคนป่วยที่หลับตาพริ้ม หน้าเข้มแดงเรื่อ ปากอิ่มเผยอน้อย อย่างคนที่หายใจไม่สะดวกนัก แต่เวลานี้ปากนั้นกลับมองดูคล้ายกำลังชวนเชิญเขาอยู่ แล้วยังผมนั่นอีก ปกติจะฟูฟ่องเป็นรังนก แต่เวลานี้กลับเปียกลู่เข้าทรงกว่าตอนปกติเสียด้วยซ้ำ คนบ้าอะไรนะ เวลาป่วยยังดูดี

คนตัวเล็กสะบัดหัวไล่ความคิดนั้น 2-3 รอบ มือเล็กจุ่มผ้าขนหนูหมาดน้ำ เริ่มไล้ไปตามแขนของคนป่วย เสียงฮึมฮัม ลั้ล ลา จากคนตัวเล็กอย่างอารมณ์ดีดังลั่นห้อง

We've got what you need

weve got what you want

..

..

Here We Go!

Everybody in the house Yeah! Yeah!

เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานค่อย ช้าลง เมื่อการเช็ดแขนสิ้นสุด ผ้าผืนน้อยค่อย ซับไปตามแผงอกแกร่งอย่างเบามือ ปากกระจับเล็กยังคงร้องเพลงต่อ แม้จะตะกุกตะกักเต็มที

We've.got what you.. need

weve got.. what. You. want

..

..

Here.. We Go!

Everybody.. in.. the.. house. Yeah! Yeah!

เมื่อการเช็ดอกกว้างสิ้นสุดลง คนตัวเล็กกลืนน้ำลายเอื๊อกลงคอ มือขาวค่อย ๆ ดันกางเกงเนื้อบางร่นพ้นเอว รวบรวมสติทั้งหมดเช็ดตัวอย่างรวดเร็ว พยายามร้องเพลงกลบเกลื่อนเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะมีอะไร แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูคล้ายแผ่นเสียงตกร่องที่ยานคาง

อะ อะ อิน เดอะ เฮ้า ยะ เย้ เย้

เมื่อเช็ดตัวเสร็จ คนตัวเล็กก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างสูงใหญ่จนถึงคอ หน้าสวยมองคนที่หลับสบายอยู่บนเตียง มือเล็กยกขึ้นมาซับเหงื่อที่ซึมตามไรผม ไม่เคยรู้มาก่อนเลย การเช็ดตัวคนป่วยจะเหนื่อยขนาดนี้

น้ำ น้ำ คนป่วยยังละเมอร้องหาน้ำ เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำไปกับเหงื่ออยู่มากโข

คนตัวเล็กเหลียวมองไปรอบ ไม่มีน้ำในห้องนี้ คนตัวเล็กจึงออกจากห้องไปอีกรอบ เมื่อกลับมา มือข้างหนึ่งก็ประคองขวดน้ำ ในขณะที่อีกข้างถือแก้วใสไว้แน่น

น้ำมาแล้ว มือเล็กประคองคนตัวโตกว่าในอ้อมแขน มืออีกข้างส่งแก้วที่บรรจุน้ำอยู่เต็มจ่อที่ปาก เมื่อน้ำถูกส่งเข้าปาก ธารน้ำเล็ก กลับไหลออกตามมุมปาก น้ำเต็มแก้ว แต่จินได้กินจริง ๆ ไม่ถึง 1 ใน 4

เฮ้อ ฉันไม่ได้ฉวยโอกาสนะ ลิ้นเล็กแตะที่มุมปากแห้ง ก่อนจะกระดกน้ำแก้วใหม่ ป้อนน้ำเข้าปากคนป่วย เมื่อริมฝีปากบางแตะโดนปากอิ่มของจิน จินตอบรับน้ำนั้นอย่างหิวกระหาย ปากอิ่มดูดเม้มกลีบบางอย่างโหยหา จากการป้อนน้ำในตอนแรกแปรเปลี่ยนกลายเป็นแลกจูบในตอนท้าย คนสองคนต่างเติมความหอมหวานให้แก่กัน ลิ้นเล็กค่อยไล้ เกี่ยวกระหวัดไปในโพลงปากอุ่นซึ่งส่งลิ้นดุนดันตอบรับสัมผัสหวาน แต่ความหอมหวานก็สะดุดลงเมื่อร่างสูงใหญ่มีท่าทีคล้ายเหนื่อยหอบ อาจจะเพราะไม่สบายอยู่กระมัง การหายใจที่ติดขัด กอปร์กับการแลกจูบอันยาวนาน ทำให้เป็นอุปสรรค์ไม่น้อย ในที่สุดตาคมเข้มก็เปิดขึ้นเต็ม ๆ ตา

เห คาเมะจัง ตาคมกะพริบปริบ มองหน้าคนตัวเล็กที่แดงจัดอย่างงุนงง

เป็นอะไรไปครับ คาเมะ

นายไม่สบาย ฉันเลยมาเยี่ยม แต่ตอนนี้จะกลับแล้ว พักผ่อนเยอะ ๆ ล่ะ หน้าเรียวแต้มสีเข้มไม่ยอมสบตาคนป่วย ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวพรวดออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้จินได้แต่มองตามอย่างงง

หลายวันต่อมา

ฮัดเช้ย....ฮ...ฮัดเช้ย เสียงจามถี่ ดังออกมาจากคนตัวเล็ก ในมือขาวมีกระดาษทิชชู่เป็นอาวุธ

เป็นหวัดได้ไงเนี่ย เพื่อนจมูกโตเกาหัวแกรก ก็ดูสิ ตากฝนตั้งเท่าไหร่ คนตัวเล็กกลับหัวแข็งไม่เคยมีอาการให้เห็นแม้แต่น้อย แต่นี่แดดสว่างโล่ เจ้าเพื่อนตัวเล็กกลับทั้งจาม ทั้งสั่งน้ำมูก แต่เมื่อมองไปที่คนตัวสูงที่ก้มหน้างุด ถึงอย่างนั้นก็ยังซ่อนสีแดง ๆ บนใบหน้าไว้ไม่มิด เพื่อนจมูกโตก็อมยิ้ม

อ๋อออออออออ เสียงลากยาวอย่างรู้ทัน ทำให้ตาเรียวตวัดมอบค้อนให้ดังฉับ

ช่างฉันเถอะน่า ไอ้เพื่อนบ้า

เสียงโหวกเหวก หยอกล้อ สลับเสียงจามดังไปตลอดทาง

และมันคงเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

ตราบใดที่แสงแดดยังคงส่องผ่านม่านน้ำของละอองฝน

เมื่อนั้น ความสดชื่นจะมาพร้อมความอบอุ่น...เสมอ

end

2007/Jun/24

จิน เย็นนี้ว่างไหม เสียงแหบหวานออกมาจากปากบางกริบ ใบหน้าเรียวก้มต่ำคล้ายไม่มั่นใจ จนเมื่อได้ยินคำตอบ ดวงตาสวยจึงเงยขึ้นสบตาคมที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว

ว่าง

ใกล้ สถานีรถไฟมีร้านเปิดใหม่ วันนี้ไปกินกันนะ นัยน์ตาใสเป็นประกายแวววาวรอคำตอบ

เย็นนี้ค่อยเจอกัน

อื้ม รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนหน้าสวย แม้จะไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธเสียทีเดียว ตั้งแต่คบกันมา คาเมะไม่เคยเดาใจจินออกเลย ท่าทีนิ่งเฉย วงหน้าเรียบขรึม อยากจะรู้ คิดอะไรอยู่ แต่คาเมะขี้ขลาดเกินไป กลัวว่าถ้าถามออกไป คำตอบที่ได้รับจะทำให้เขาทนไม่ได้ ขออยู่อย่างนี้ก็แล้วกัน ไม่ต้องรักก็ได้ แค่อยู่ข้าง ๆ กันตลอดไป แค่นี้ก็พอ

...............ออด.....................

ทันทีที่ออดสุดท้ายดังขึ้น เป็นสันญาณว่าหมดวัน คนตัวเล็กรีบคว้ากระเป๋าไปยืนรอจินที่หน้าประตูโรงเรียน

จินไม่เคยอนุญาตให้เขาไปหาถึงห้อง เขาก็ไม่กล้าขัดใจ อะไรที่ทำให้จินไม่พอใจ คาซึยะไม่เคยคิดจะทำ

ขอโทษที รอนานไหม คนตัวสูงก้มหัวให้นิด ๆ คล้ายจะบอกว่าขอโทษจริง ๆ

หัวเล็ก ๆ ส่ายดิก โดยไม่มีคำตอบ แต่แค่นั้นก็รู้กัน คาซึยะไม่เคยโกรธจิน

คนตัวบางเดินตามร่างสูงไปอย่างเงียบ ๆ ปากบางเม้มแน่น เมื่อจินเดินเลยไปอีกทาง

จิน ร้านเปิดใหม่อยู่ทางนี้ เสียงเล็ก ๆ ท้วงขึ้นมา เพราะคิดว่าจินคงจะไม่รู้จักทาง

ไปร้านประจำเถอะ ร้านเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่กี่วัน คนคงเยอะ ขายาว ไม่หยุดก้าว เส้นทางที่เดินไป เป็นร้านประจำ

คาเมะหันไปมองทางที่ไปร้านใหม่อย่างเสียดาย ก่อนจะค่อย ๆ ออกวิ่งตามจินไป

จิน อาทิตย์นี้ว่างไหม คำถามของคาเมะ มักจะเริ่มด้วยจินเสมอ เพราะสำหรับคาเมะ จินเป็นคนสำคัญ

ว่าง คำตอบของจิน มักจะเหมือนเดิม สำหรับคาเมะเช่นกัน

อาทิตย์นี้ ไปชิบุย่ากันนะ

อาทิตย์นี้เจอกัน

เมื่อวันอาทิตย์มาถึง จินมารอคาเมะอยู่ก่อนแล้ว คนตัวเล็กเมื่อเห็นจินจึงรีบวิ่งกระหืดกระหอบ ปากบางพร่ำขอโทษเสียยกใหญ่ จินแค่ยกมือขึ้นมาข้างหนึ่ง คาเมะก็เบาใจ จินไม่โกรธ

คนสองคน เดินผ่านร้านค้ามากมาย แต่ไม่มีร้านไหนเรียกความสนใจของคาเมะได้เท่าร้านนี้

ร้านเสื้อเล็ก ที่กรุกระจกโดยรอบ โชว์เสื้อที่อยู่ด้านในได้ชัดเจน

คนตัวเล็กได้แต่มองเพลิน จนกระทั่งจินเดินย้อนกลับมา และเปิดประตูเข้าไปในร้านนั่นแหละ คาเมะจึงเดินตามเข้าไป

จิน ตัวนี้สวยไหม มือขาวบางยกเสื้อสูทสีเทาอ่อนขึ้นทาบตัว เสื้อแบบใหม่ที่เพิ่งส่งมาถึง แม้จะเป็นสูทแต่ฮูดเสื้อกับลายเจ้าหนูสีดำของดิสนีย์ตัวใหญ่ยักษ์ทางด้านหลัง ทำให้ดูไม่เป็นทางการ

จินส่ายหัว ก่อนจะเอื้อมไปหยิบเสื้อสีชมพูแบบเดียวกันยื่นให้คาเมะ

คนตัวเล็กยิ้มรับบาง ๆ แม้จะไม่ใช่ตัวที่เขาเลือกเอง แต่ถ้าจินชอบ เขาก็จะซื้อ

จิน กินนี่ไหม มือเล็กตักเค้กจนพูนช้อน ยื่นไปจ่อที่ปากอิ่ม

ไม่ ฉันไม่ชอบของหวาน หน้าหล่อคมเบี่ยงไปอีกด้าน มือขวาดันช้อนออกห่างอย่างเบามือ

คาเมะ มองขนมในมือ อารมณ์ความอยากกินหายไปกว่าครึ่ง มือเล็ก ค่อย เขี่ยขนมเล่นอย่างหมดอร่อย แล้วค่อยรามือวางช้อนในที่สุด

จิน วันนี้ว่างไหม เสียงแหบพร่าผ่านโทรศัพท์เครื่องจิ๋ว คาเมะตั้งใจจะชวนจินไปดูหนัง แต่วันนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่วันที่ดีเสียแล้ว

วันนี้ต้องทำเวร ขอโทษนะ คำปฏิเสธที่ได้รับ ไม่ทำให้ตัวชาได้เท่าภาพที่เห็น จินที่บอกว่าต้องทำเวร กำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก แล้วถ้าเขามองไม่ผิด บนโต๊ะนั้นมีเค้กชอคโกแลตด้วย

ตาสวยคลอไปด้วยหยดน้ำ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีแต่เขาคนเดียวที่รักจินมาตลอด เคยคิดว่า ถึงแม้จินจะไม่รักก็ไม่เป็นไร แต่ภาพที่เห็นมันย้ำให้รู้ว่าจินไม่เคยคิดจะรักเขาเลย ไม่เคยเลย การที่จินยอมไปไหนมาไหนด้วยก็คงเป็นแค่เรื่องสนุกที่ได้เห็นคนโง่ ๆ คนนึงหลงรักจินจนหมดใจ มันคงน่าขำสำหรับจิน แต่สำหรับคาเมะ มันขำไม่ออก

มือขาวปาดน้ำตาทิ้ง แล้วหันหลังให้กับคนที่ครั้งหนึ่งเคยรัก.......จนหมดใจ

ตลอดทั้งวันสิ่งที่คาเมะเลือกทำคือ การนั่งนิ่ง ๆ หน้าเล็กหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเรียวเลื่อนลอยไม่จับที่สิ่งใด ไม่มีเสียงพูดจากปากบาง ไม่มีรอยยิ้มจากหน้าสวย คนเป็นเพื่อนได้แต่ถอนใจ เกิดอะไรขึ้น ตั้งใจไว้แล้ว หมดวิชาเรียนเมื่อไร คงต้องลากไปคุยให้รู้เรื่อง

คาเมะเป็นอะไร ทำท่าเหมือนคนเบื่อโลก

ตาเรียวมองหน้าเพื่อนรักได้ไม่เท่าไหร่ น้ำตามากมายก็พรั่งพรูออกมาราวเขื่อนแตก มือเล็ก ๆ โผเข้าไปกอดเพื่อนรักแน่น

ไม่ไหวแล้ว ฮิโระ จิน จิน..... เสียงขาดห้วง เพราะตอนนี้คนตัวเล็กสะอื้นจนตัวโยน ตาสวยแดงช้ำจนแทบปิด

ฮิโระได้แต่ลูบหลังปลอบใจ แค่นี้เขาก็พอจะเดาได้แล้ว ความรักของคาเมะคงจบแล้วสินะ

ขณะที่คนหนึ่งลูบหลังปลอบ อีกคนยิ่งสะอื้นหนัก คำปลอบใจมากมายดูจะไม่มีผล เมื่อตากลมเหลือบไปเห็นใครอีกคน ฮิโรกิจำต้องถอยห่างออกมา ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ห่วงไม่แพ้กัน แต่สำหรับคาเมะ คน ๆ นั้นคงสำคัญกว่าสินะ ในดวงตาคมกริบที่จ้องมาคล้ายจะสื่อความหมายว่า ขอเวลาให้เขาและคาเมะอยู่ด้วยกันเพียงสองคน

ฮิโระได้แต่ชั่งใจ จะทำยังไงดี ถ้าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน เขาก็ควรจะปล่อยให้จินอยู่กับคาเมะใช่ไหม เก็บความรู้สึกของตัวเอง ใส่ลิ้นชัก ลงกลอนให้แน่นหนา ใช่ไหม สำหรับเขา ทำได้เพียงเท่านี้ รู้ตัวดี เป็นได้แค่เพียง......เพื่อนสนิท

มือเรียวค่อย ๆ ดันคนตัวผอมออกจากตัว แม้คาเมะจะยืนนิ่ง แต่มือเล็กยังปาดน้ำตาไม่ได้หยุด ฮิโระหันหลังให้ภาพที่เห็นแล้วเดินจากไปอย่างเงียบ

ครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้านายยังทำลายโอกาสครั้งนี้อีก ฉันจะขอคาเมะคืน เสียงแผ่ว ที่ออกมาจากปากสวยกระทบเข้าไปในโสตประสาทของชายหนุ่มที่ยืนมองนิ่ง ก่อนที่ร่างโปร่งผ่านจะเดินผ่านไป เหลือไว้แค่เพียงคนสองคน

จินเข้าไปยืนแทนที่ในตำแหน่งที่ฮิโระเพิ่งก้าวออกมา มือสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง

เป็นอะไร

คาเมะเงยหน้าขึ้นมองจิน ตาเรียวตอนนี้เริ่มบวมช้ำ หน้าแดงก่ำเพราะพิษน้ำตา

ความรู้สึกมากมายที่เคยเก็บกดไว้ล้นทะลักออกมาเป็นคำพูดอย่างอัดอั้นราวเขื่อนแตก

จิน จินเคยรักเราบ้างไหม เคยรัก.........บ้าง....หรือเปล่า เสียงขาดเป็นห้วง ๆ เริ่มสะอื้นอีกแล้ว

โดยไม่คาดคิด มือข้างหนึ่งของจินจับหัวเล็กซบลงแนบอก คนตัวเล็กยิ่งสะอื้นหนักจนเสื้อขาวชุ่มไปด้วยหยดน้ำตา

ทำไมถึงคิดแบบนั้น เสียงทุ้มนุ่ม ดังอยู่ใกล้ มือใหญ่ลุบผมเส้นเล็กแผ่วเบาอย่างปลอบโยน

เราอยากไปกินร้านใหม่ จินก็ไม่ยอมไปกับเรา

วันนั้นตอนกลางวัน จินได้ยินว่ามีคนไปกินแล้วอาหารเป็นพิษ ต้องเข้าโรงบาล จินเลยไม่ไป คาซึยะอย่าโกรธนะ

เราจะไปหาจินที่ห้อง จินก็ไม่ยอม

จินหวง ไม่อยากให้ใครเห็นคาซึยะ คาซึยะไม่รู้ตัวเหรอไงว่าตัวเองน่ารักแค่ไหน ถ้าพวกนั้นเห็น มันต้องแย่งกันจีบแน่เลย จินไม่ชอบ

แล้วที่ร้านเสื้อล่ะ ทั้ง ๆ ที่เราอุตส่าห์เลือกสีที่จินชอบ แต่จินก็ไม่เอา

จินชอบสีนั้นจริง แต่สีนั้นมันไม่เหมาะกับคาซึยะ คาซึยะเหมาะกับสีชมพูมากกว่า จินเคยเห็นคาซึยะใส่สีชมพูแล้วน่ารักจะตาย

แล้วขนมล่ะ ไหนบอกว่าไม่ชอบของหวาน แล้วทำไมถึงไปนั่งกินเค้กกับ....กับ....ยามะพี ทำไม ทำไมต้องโกหกเรา เสียงสะอื้นขาดเป็นห้วง ๆ หน้าเล็ก แดงก่ำ ช้ำ

จิน อยากให้คาซึยะกินเยอะ ดูสิ ผอมจะแย่แล้ว ถ้าจินแย่งกินอีก จะไปเหลืออะไร จินอยากกอดคาซึยะแน่น ๆ รู้ไหม อ้อมแขนใหญ่กอดกระชับคนตัวเล็กในอ้อมกอด วางคางแหลมบนหัวเล็กที่ซุกแน่นกับซอกคอหนา

ส่วนวันนั้นที่ไปกับพี ก็เรื่องคาซึยะนั่นแหละ รู้ไหม ต้องฝากยามะซื้อตั้งไกล ถึงจะได้มา

มืออีกข้างที่ซุกอยู่ในกางเกงหยิบสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นวงกลมเรียบขึ้นมาสวมให้คนตัวเล็ก แผ่นวงกลมราบเรียบไม่มีลวดลายใด ต่อเมื่อแสงอ่อน ๆ จากดวงอาทิตย์สาดกระทบ ตัวอักษรที่ถูกซ่อนอยู่ก็เผยออกมา อ่านได้ว่า

I HATE U

หวา ร้องไห้อีกแล้ว ไม่เอา ไม่ร้องนะครับ เวลาจินอยู่กับคาซึยะทีไร รู้บ้างไหม จินทำตัวไม่ถูกสักที อยากจะกอด อยากจะจูบ อยากจะทำอะไรมากกว่านั้น แต่ก็ต้องคอยห้ามใจ กลัวว่าจะทำให้คาซึยะช้ำ ทำขนาดนี้ คาซึยะยังบอกว่าจินไม่รักอีกเหรอ คนตัวสูงยิ้มล้อเลียน จูบซับหยาดน้ำตาจนแห้งสนิท คนตัวเล็กหน้าแดง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาชายหนุ่ม หัวเล็กซบแน่นที่ซอกคอขาว มือใหญ่หนาสัมผัสแผ่วเบาที่หัวเล็กอย่างแสนรัก

รู้แล้วใช่ไหม สิ่งที่อยากบอก

I

H: Happy to see you

A: Always miss you

T: Take you in my mind

E: Every day never forget u

U

end

2007/May/20

แว่น แว่น แว่น อยู่ที่ไหนน้า คนตัวเล็กก้มหน้ายุ่ง สองมือขาวไล่ค้นไปตั้งแต่บนโต๊ะที่มีหนังสือกองอยู่เต็ม ตู้หนังสือ ในห้องนอน หรือแม้แต่ในห้องครัว คิ้วเรียวกดเข้าหากันจนแทบชิด เมื่ออวัยวะที่ 33 หายไปจากตัว มันจะไม่สำคัญได้ยังไง กับคนที่สายตาสั้นเข้าหลักมากกว่าร้อย ถ้าไม่มีเจ้าสิ่งนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดละนะ

อยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ที่ไหน ปากบางพร่ำ เหมือนพูดเป็นแค่ประโยคเดียว สุดท้ายก็นั่งถอดใจอยู่ข้าง เตียงนอนใหญ่

หาอะไรเหรอ ผู้ร่วมห้องอีกคนนั่งเท้าคางมองคนตัวเล็ก หน้าคมอมยิ้มกริ่ม รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคาเมะหาอะไร แต่ก็อยากจะดูว่าคนตัวเล็กจะทำยังไงต่อไป ขืนบอกตั้งแต่แรก ก็หมดสนุกน่ะสิ

หาแว่นน่ะ จินเห็นหรือเปล่า เราหาตั้งนานแล้วเนี่ย ไม่รู้เอาไปวางไว้ที่ไหน

เหรอ แล้วหาทั่วหรือยัง ในครัวล่ะ

หาแล้ว เราเพิ่งออกมาจากครัวเมื่อกี้เอง ไม่มี หน้าเรียวสวยมองจินเต็ม ๆ ตา พาดแขนเรียวบนขอบเตียง หัวเล็กเอียงซบกับแขนตัวเอง หาจนเหนื่อยใจ หมดแรงลุกไปไหนแล้ว

ในห้องน้ำ ?

ไม่มี นอกจากเราจะทำหล่นลงไปในชักโครก ซึ่งไม่มีทาง ท้ายเสียงรวนหน่อย ๆ เริ่มหงุดหงิด ยิ่งหาของไม่เจอ นอกจากไม่ช่วยหา จินยังพูดกวนประสาทขึ้นมาอีก ปากเล็ก ยื่นน้อย ๆ อย่างขัดใจ

แล้วถ้าจินหาเจอ คาเมะจะให้อะไร ปากอิ่มแย้มยิ้ม ไม่ปิดบัง ตาคมกริบ แวววาว เจ้าเล่ห์

ไม่เอาแล้วก็ได้ จะซื้อใหม่ เสียงแบบนี้ ไม่ต้องเดาจินก็รู้ งอนละสิ

คนตัวสูงลุกขึ้นยืน ก้าวไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ก็มานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าคาเมะ มือขาวจัดยกขึ้นมาในระดับสายตาคนตัวเล็ก ดีดนิ้วเป๊าะ แว่นสายตาที่คาเมะใช้เวลาหามานานก็อยู่ตรงหน้าสวย คาเมะมองจินเหมือนมองนักมายากลที่เสกของที่หายไปให้กลับมาได้ ตาเรียวเบิกกว้าง ดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็ก ๆ

มันอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว จินชี้นิ้วไปบนหัว คล้ายจะบอกว่าแว่นนั่นน่ะคาดอยู่บนหัวเล็ก ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปสวมแว่นบนหน้าสวยที่แดงระเรื่อ เพราะความอาย

แล้วทำไมไม่บอก ปล่อยให้เราหาอยู่ได้ตั้งนาน กลีบปากบางยิ่งยื่นหนัก ทั้งที่หน้ากำลังแดงขึ้นเรื่อยๆ

นั่นสินะ เพราะอะไรนะ ไม่เพียงไม่ตอบ ยังถามกลับไปให้อีกคนคิดมากเสียยังงั้น ร่างสูงยืดตัวขึ้นยืน ก้าวโหย่ง ๆ ไปที่เตียง ทิ้งตัวลงนอนมองเพดานห้อง รอยยิ้มสวยยังประดับอยู่บนหน้าเข้ม เมื่อนึกถึงว่าคนตัวเล็กคงจะปรายตามอง แล้วก็คงจะทำเสียงจิ๊จ๊ะนิดหน่อย กลีบปากบางคงจะยื่นไปจนถึงปลายจมูกแล้วละมั้ง

จินน่ะชอบแกล้งเรา ปากบางค่อนคนที่นอนสบายอยู่บนเตียง อดไม่ได้ที่จะปรายตาไปแจกค้อนให้อีกหนึ่งวงใหญ่ ปากเล็กบางส่งเสียงจิ๊จ๊ะ ยื่นอย่างขัดใจ

จินชำเลืองมองมาทางคนตัวเล็ก นั่นปะไร ผิดจากที่คิดเสียที่ไหน อีกเดี๋ยวก็คงจะเดินปึงปัง แล้วกระแทกตัวลงนอนบนเตียงนี่แหละ แล้วคาเมะก็ไม่ทำให้จินผิดหวัง คนตัวเล็กทำกิริยาที่จินคิดไว้ไม่ผิดเพี้ยน กระแทกเท้าหนัก ๆ มาล้มตัวลงนอนที่เตียงนุ่ม

เมื่อปิดไฟ มือใหญ่หนาก็ตวัดโอบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด หัวเล็กซบอยู่กับแผงอกกว้าง จินแนบแก้มกับเส้นผมนิ่มก่อนจะเอ่ยคำพูดเบา ๆ ที่ทำให้คนตัวเล็กนอนหลับฝันดี

ไม่มีแว่นก็ไม่เห็นเป็นไร จินเป็นดวงตาให้คาเมะก็ได้นี่ครับ

...............อ๊า.....................

อยู่ ๆ คาเมะก็ตะโกนขึ้นมา เสียงสูง ๆ ทะลุเข้าไปเต็ม ๆ สองรูหู จินที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับสะดุ้งน้อย ตาคมหันมามองแว่บหนึ่งก่อนจะกลับไปจับจ้องเส้นทางตามเดิม มือขาวใหญ่กำพวงมาลัยไว้หลวม ๆ ชินเสียแล้วกับการโวยวายของคนตัวเล็ก ๆ ถึงอย่างนั้นปากอิ่มแดงก็อดจะแย้มออกถามไม่ได้

เป็นอะไรไป คาเมะ เสียงนุ่ม ทอดอ่อนเสมอ ยามที่ใช้กับคนรัก

เราลืมล็อคประตูอ่ะจิน

แต่ก่อนออกมา คาเมะเดินเข้าไปในบ้านอีกรอบไม่ใช่เหรอ

เราเข้าไปเอาของ

แต่จินถามคาเมะว่าล็อคหรือยัง คาเมะก็บอกว่าล็อคแล้วนี่นา เสียงยังเรียบ อ่อน

เหรอ เราพูดอย่างงั้นเหรอจิน งั้นเราก็คงล็อคแล้วมั้ง คนตัวเล็กพยายามปัดความรู้สึกที่กังวลเกินกว่าเหตุให้พ้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่จินรู้ หัวเล็ก ๆ นั่นคงคิดซ้ำไปซ้ำมากับเรื่องเดิม คนตัวใหญ่กว่าอดที่จะพูดปลอบไม่ได้ อย่างน้อยคาเมะจะได้สบายใจขึ้นล่ะนะ

นั่นสิ อย่าคิดมาก

แต่เรารู้สึกเหมือนยังไม่ได้ล็อคนะ แล้วถ้ายังไม่ได้ล็อคจริง ถ้าของหายล่ะจิน ท้ายเสียงเหมือนจะถามความคิดเห็นของจิน แต่สภาพของคาเมะมองดูคล้ายบ่นกับตัวเองน่าจะถูกกว่า เพราะเสียงที่เบาลงทุกที

ถ้าโน้ตบุ้คหายล่ะจิน รายงานที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า แล้วยังไอพอดของจินอีก กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ ต้องทำงานพิเศษตั้งหลายชั่วโมงนะ เมื่อวันก่อนบ้านป้ามิโดริเพิ่งโดนขโมยขึ้นด้วย ของหายไปตั้งหลายอย่าง

ปากบางขมุบขมิบต่ออีกยาวยืด น้ำเสียงที่ใช้แสนจะเบา คล้ายพูดกับตัวเอง คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ตาเรียวหลุบมองมือตัวเองที่ประสานกับอยู่บนตัก และตอนนี้นิ้วเรียวเล็กไม่ได้วางนิ่งเฉย มันขยับนิด อย่างคนขี้กังวล ของพวกนั้นมันอาจไม่มีค่ามากมายอะไร แต่จินใช้น้ำพักน้ำแรงแลกมาเชียวนะ ถ้ามันหายไปเพราะคาเมะ คาเมะคงรู้สึกผิดมาก

ตาคมละจากเส้นทางบนท้องถนน หันมามองเจ้าตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าน้อย ๆ จินอยากจะบอกเหลือเกินว่า

บ้านหลังนั้นน่ะ ไม่มีของมีค่าหรอก ในเมื่อสิ่งที่ค่าที่สุดของจิน นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่ข้าง ๆ นี่ยังไงล่ะ มือใหญ่หนาบังคับพวงมาลัยให้หมุนเปลี่ยนทิศทาง คนตัวเล็กที่ก้มหน้างุดเงยขึ้นมามองจินอย่างแปลกใจ ไม่ใช่ทางไปโรงเรียนนี่นา จินจะไปไหน

จะไปไหนน่ะ จิน

กลับบ้านไง

กลับทำไม

ก็ถ้าไปทั้งอย่างนี้ คาเมะคงไม่สบายใจใช่ไหมล่ะ เสียเวลานิดหน่อย กลับไปดู คราวนี้จินจะเข้าไปด้วยนะครับ

คาเมะไม่ได้ตอบอะไร แต่จินสังเกตได้ คิ้วเรียวคลาย ไม่ขมวดเหมือนเมื่อครู่ ตาคู่นั้นไม่มีแววกังวลหลงเหลืออีก วงหน้าเล็กละมุนละไม มือขาวบางยื่นไปจับมือใหญ่ที่วางหลวม ตรงเกียร์ออร์โต้ จินเพิ่มแรงบีบกระชับบนมือเล็ก ไม่แน่นจนเหงื่อซึม แต่ไม่เบาบางจนไม่รับรู้ความรู้สึกที่ส่งผ่าน ความรู้สึกที่บอกว่า

............ขอบคุณนะ..............

นี่รู้หรือเปล่า เด็กห้อง C อ่ะ ได้รับอุบัติเหตุ

เป็นไงบ้าง

อยู่ ICU ยังไม่ฟื้นเลย

น่าสงสารนะ

เรื่องเด็กห้อง C ได้รับอุบัติเหตุเมื่อวานนี้ เป็นหัวข้อสนทนาที่คาเมะได้ยินมาตลอดทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องที่เขาเรียนอยู่ ตาเรียววูบสลดกับชะตากรรมของเพื่อนร่วมชั้นปีที่ได้รับ อดจะคิดไม่ได้ คน ๆ นั้นเป็นใครกันนะ อุบัติเหตุไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตาม มันทำให้เกิดความสูญเสียทั้งนั้น เขาได้แต่ภาวนา ขอให้เพื่อนคนนั้นที่เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อว่าเป็นใครจงปลอดภัย

เมื่อคาเมะก้าวเข้ามาในห้อง สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือความเงียบงันที่ผิดปกติ

ไม่มีเสียงพูดคุยเฮฮาในตอนเช้า

ไม่มีเสียงหยอกเย้าล้อเล่นของนักเรียนชายที่ชี้ชวนกันดูเด็กนักเรียนสาว ๆ ในชุดเครื่องแบบน่ารักของโรงเรียนข้าง

ไม่มีเจ้าแว่นนั่งปั่นการบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะต้องส่งก่อนชั่วโมงโฮมรูม

ไม่มีไอ้อ้วนนั่งกินข้าวกล่องอยู่ท้ายห้อง

ห้องมันเงียบเกินไป

เรียบร้อยเกินไป.....หรือเปล่า

ขาเพรียวก้าวเอื่อย ๆ ไปที่โต๊ะประจำริมหน้าต่าง มือบางหยิบหนังสือที่อยู่ในลิ้นชักออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนที่จะสังเกตเห็นเพื่อนกลุ่มใหญ่พยักเพยิดเกี่ยงให้ใครสักคนมาพูดกับเขา

ตาเรียวชายตามองคล้ายจะถาม เจ้าพวกนี้เป็นอะไรกัน อยู่ๆ ก็ทำเหมือนเขาเป็นตัวประหลาดอย่างนั้นแหละ คิ้วโก่งได้รูปยกขึ้นแทนคำถามที่อยู่ในความคิด สุดท้ายผู้กล้าประจำห้องก็ยอมก้าวออกมาจากกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่ที่ยืนเกาะกันแน่นเหมือนเล่นเกมส์เหยียบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ

คาเมะได้ยินเรื่องเด็กห้อง C แล้วใช่ไหม น้ำเสียงที่พูดบ่งบอกว่าเจ้าตัวใช้ความกล้ามากแค่ไหนในการจะพูดเรื่องนี้ออกมา ถึงอย่างนั้น ก็อดจะเหลียวไปมองเพื่อนกลุ่มใหญ่เพื่อขอกำลังใจไม่ได้

อืม น่าสงสารเนอะ ได้ยินว่าหนักนี่นา ตาเล็กวูบแสงสลด เห็นใจอย่างแท้จริง ถึงไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ยังไงก็อยู่โรงเรียนเดียวกัน แถมชั้นปีเดียวกันอีกด้วย ความรู้สึกใกล้ตัวจนบอกไม่ถูก

แล้วรู้ไหม ว่าคนที่ถูกรถชนน่ะ เป็นใคร

นั่นสิ ใครเหรอ ได้ยินแต่พูดถึงกัน แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตาเรียวมองสบตากับคนที่ถามตรงๆ จนเพื่อนคนนั้นต้องหลุบตาหนี สูดหายใจลึกที่สุดแล้วเปล่งเสียงที่เบาไม่ต่างกับการกระซิบ

ยามะพี

ตาเรียวเบิกกว้าง ไม่มีเสียงใด ๆ เปล่งออกมาจากปากที่เผยอค้าง หน้าสีชมพูระเรื่อเปลี่ยนเป็นขาวเผือด ขาเล็กทรุดลงนั่งพิงกับขาโต๊ะเรียน จนเพื่อน ๆ ต้องกรูกันมาให้กำลังใจคาเมะเป็นวงกว้าง ทุกคนรู้ดี สำหรับคาเมะ ถ้าจินเปรียบเสมือนหัวใจ ยามะพีก็ไม่ต่างอะไรกับเส้นเลือดที่พาเลือดทุกหยดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ เพื่อนคนสนิทอีก 1 คนที่.......ไม่สำคัญ เพียงแต่ขาดไป........ไม่ได้

ความทรงจำครั้งเก่า ๆ ที่เกี่ยวกับเพื่อนตาโต ผิวสีน้ำผึ้งย้อนเข้ามาในความทรงจำ ราวกับหนังที่ฉายภาพย้อนกลับ

พีที่วิ่งมาหาคาเมะซึ่งนั่งอยู่ตรงที่พักรอนักกีฬาข้างสระน้ำ มือใหญ่กร้าน กุมมือเล็กไว้แน่นอย่างลืมตัวจนจินที่เกาะอยู่ขอบสระต้องส่งเสียงท้วง

เฮ้ย แน่นไปเปล่าพี มือนั่นน่ะ ตาคม ๆ จ้องไม่วางตาที่มือสีน้ำผึ้ง จนเพื่อนตาโตต้องปล่อยมือ แล้วเสไปเกาท้ายทอยเล่นแก้เขิน

โทษทีว่ะ ดีใจไปหน่อย แต่ฮิโระเขายอมเป็นแฟนฉันแล้วนะโว้ย หน้าหวานไม่แพ้ผู้หญิงของยามะพีระบายไปด้วยรอยยิ้มสว่างสดใส คงจะเพราะดีใจมากไปหน่อยละมั้ง สุดท้าย ตัวบาง ๆ ของคาเมะก็ถูกรวบไปอยู่ในอ้อมกอดของยามะพีเสียแน่น ความรู้สึกที่มีต่อฮิโระมากเท่าไหร่ ตัวเล็ก ๆ ของคาเมะก็แทบจะกลืนไปในอ้อมแขนนั้นเท่านั้น ถ้าจินจะไม่พรวดพรวดขึ้นมาจากสระน้ำ แล้วคว้าคาเมะออกมาเสียก่อน เพราะกลัวว่าแฟนของเขาอาจฟกช้ำจากแรงกอดของไอ้พีแล้วละก็ คงจะอีกนานเลยที่ยามะพีจะยอมปล่อย

แต่เขายอมคบกับฉันแล้วจริง ๆ นะโว้ย ฮิโระเชียวนะ น้องฮิโระของพี่พี พูดไปก็ยิ้มไป ตากลมเป็นประกายระยิบระยับ คว้าเพื่อนมากอดอีก 1 รอบ แต่คราวนี้ ร่างที่กอดไม่ผอมบาง กลับเต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แถมเจ้าของยังกอดตอบไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก ถึงยามะจะตัวใหญ่ขึ้นแค่ไหน แต่เทียบกับจินแล้วละก็ ยามะยังตัวเล็กกว่าหลายขุม ร่างเล็กสีน้ำผึ้งดิ้นขลุกขลัก เมื่อหลุดออกมาได้ก็ส่งสายตาอาฆาตไปให้เพื่อนตัวโตที่ยืนยิ้มเผล่อยู่ข้าง ๆ คาเมะ

รู้แล้วน่าว่าหวง อดจะบ่นกระปอดกระแปดไม่ได้ มือใหญ่กร้านเพราะเล่นกีฬายกขึ้นมาลูบขนที่ตั้งชั้นอยู่ตามแขนให้ลู่ลง

กอดกับแกนี่มันน่าขนลุกจริง ๆ เลยว่ะ จิน 

ท่ามกลางวงล้อมที่เต็มไปด้วยเพื่อน ตาเรียวมองเห็นเพียงคน เดียวยืนนิ่งอยู่ตรงประตู สีหน้าของจินเรียบเฉยอย่างที่คาเมะไม่เคยเห็นมาก่อน จินก้าวช้าเข้ามาหาคาเมะ วงล้อมฝูงชนค่อยแหวกออกเพื่อให้จินกับคาเมะมีพื้นที่ มือขาวใหญ่ยื่นมาตรงหน้าของคาเมะเช่นที่เคยทำเป็นประจำทุก ๆ ครั้งเมื่อคนตัวเล็กต้องการพลังเพื่อผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปให้ได้ ในขณะที่มือข้างหนึ่งกุมมือขาวไว้แน่น มืออีกข้างรวบเก็บอุปกรณ์การเรียนของคาเมะใส่ไว้ในเป้เรียนด้วยมือเดียว สองขายาวก้าวเชื่องช้าเช่นตอนเข้ามา แต่ทุกย่างก้าวเน้นหนัก มั่นคง เพื่อเป็นหลักให้คนตัวเล็กที่เดินตามอยู่เบื้องหลัง ความรูสึกของจินที่เป็นห่วงยามะพีมันก็ไม่ต่างกับความรู้สึกของคาเมะหรอก พีเป็นเพื่อนสนิท คนที่มีความหมายมากกว่าแค่เพียงเพื่อนทั่ว ๆ ไป มือใหญ่เพิ่มแรงบีบส่งความห่วงใยไปที่มือเล็กในอุ้งมือที่สั่นน้อย คาเมะเดินตามจินไปเงียบ ๆ ไม่มีน้ำตาจากคนทั้งสอง ไม่มีเสียงคร่ำครวญหวนไห้

ไม่ใช่ไม่ห่วงใย....แต่มันเป็นอะไรที่มากเกินกว่าจะพูดออกมาด้วยคำว่า ห่วงใย เพียงคำเดียว

ต้นซากุระที่ออกดอกสะพรั่งพราวไปด้วยสีชมพู ตัดกับเนินหญ้าสีเขียวอ่อนดูอบอุ่น เมื่อมองไปตามทางเดินจะสิ้นสุดที่ตึกสีเหลี่ยมไม่สูงนัก แต่ความกว้างที่กินบริเวณเกือบเท่าโรงเรียนมัธยมสักแห่งทำให้ตึกสีขาวมองดูใหญ่โตกว่าความเป็นจริง บนเนินเตี้ย ๆ ใกล้กับโรงพยาบาล เก้าอี้สีเขียวที่พนักทำจากเหล็กเส้นดัดโค้งอ่อนช้อยถูกจับจองด้วยคนสองคน คนหนึ่งตัวเล็กบาง ส่วนอีกคนตัวใหญ่หนา ตาเรียวทอดมองไปที่โรงพยาบาลสีขาว สีของมันเริ่มซีดลงตามกาลเวลาจนกลายเป็นสีเหลืองอ่อน หัวได้รูปสวยย้อนคิดไปถึงระยะเวลาร่วม 2 เดือนที่เขากับจินเข้าออกโรงพยาบาลแห่งนี้ ภาพสายระโยงระยางภายในห้องปลอดเชื้อที่เพื่อนของเขานอนหลับอยู่ คาเมะต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนฮิโระที่ยืนเกาะกระจกมองคนรักด้วยสายตาที่คาเมะไม่อาจจินตนาการว่าเขาจะเป็นยังไง ถ้าคนที่นอนอยู่ในห้องนั้นเป็นจิน ถ้าเป็นเขาที่ยืนในตำแหน่งเดียวกับฮิโระ คำว่าถ้าซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลง

จิน ฉันเคยบอกจินหรือยัง ว่า.............. ท้ายเสียงเบาจนจินต้องขยับตัวเข้ามานั่งใกล้ แต่เสียงนั้นกลับเบาบางจนแม้จินจะนั่งอยู่ในระยะที่เรียกว่าเบียดแนบเนื้อ แต่คนตัวโตกว่าก็ยังไม่ได้ยิน

อีกรอบได้ไหม คาซึยะ ไม่ได้ยินอ่ะ

กลีบปากสีเดียวกับดอกซากุระขยับขึ้นลง อ่านได้ว่า...........

จินเอียงหูมารับริมฝีปากบางเฉียบที่กระซิบพูดคำนั้น คาเมะไม่ทันได้มองว่าตาคมเป็นประกายระยิบระยับเพียงใด เพราะเจ้าตัวอายจนต้องก้มหน้าลงมองเศษใบไม้ที่ปลิวหลุดจากต้นกระจายว่อนไปตามพื้นดิน

จินยกนิ้วขาวขึ้นมาแคะหูสองรอบ ตีหน้ายุ่ง อธิบายเหตุผลที่ทำให้เขากลายเป็นชายแก่หูตึงไปได้ในพริบตา

จินเพิ่งมาจากชมรมอ่ะ เนี่ยหูยังอื้ออยู่เลย ได้ยินไม่ชัดว่าคาเมะพูดอะไร ขออีกรอบนะ พูดจบ คนตัวโตก็ยื่นหูไปรับริมฝีปากบางเฉียบ แต่คราวนี้คาเมะ คว้ามือใหญ่ของจินมาวางที่หน้าตัก นิ้วเรียวเล็กเขียนเป็นตัวอักษรไม่กี่ตัว

ตัวคันจิ อ่านไม่ออก จินหดมือกลับมานั่งกอดอกแน่น หน้าคมแสร้งทำหน้าขัดใจเหมือนเด็ก คาเมะมองหน้าคนรักแล้วส่ายหัวน้อย ๆ บทจินจะทำตัวเป็นเด็กขึ้นมา ก็เอาแต่ใจน่าดู

ไม่บอกละ คนตัวหันเล็กหันหน้าไปอีกด้าน จนคนตัวสูงทำหน้าเศร้า

ถ้าจินเป็นแบบยามะ จินคงหลับไม่สนิท

หน้าเรียวหันขวับ จ้องคนรักเต็ม ๆ ตา ดวงตายาวรีมีแววตกใจจนจินรู้สึกวูบในช่วงท้อง ไม่น่าเลย

อย่าพูดแบบนี้อีกนะจิน จินก็รู้ว่าเรารู้สึกยังไงกับจิน คาเมะเขยิบตัวอออกห่างไปนั่งที่อีกด้านของเก้าอี้ บรรยากาศที่ไร้เสียงพุดคุยมันเงียบจนจินได้ยินแม้แต่เสียงใบไม้กระทบกันแกรกกราก คาเมะลุกขึ้นยืน คนตัวเล็กเดินแกมวิ่งตรงไปที่โรงพยาบาล ตาคมหม่นแสงนึกตำหนิตัวเองอีกหนึ่งรอบ ไม่น่าเลย ไม่น่าทำให้คาเมะโกรธเลย ดูสิ แม้แต่จะไป ยังไม่ชวนสักคำ แต่เมื่อมองไปตรงที่ว่างที่คาเมะเคยนั่งอยู่ ลูกแก้วสีดำสนิทในตาคมเปล่งประกายแวววาว มุมปากอิ่มแย้มยิ้มกว้าง ลุกขึ้นยืนได้ ก็ออกวิ่งตามคนตัวเล็กที่หายวับเข้าไปในตัวตึกทันที

รัฐบาลเขายิ่งรณรงค์ให้รักษาความสะอาดอยู่ด้วย เจ้าพวกนี้นี่น้า ยามะที่ยืนมองมาจากหน้าต่างห้องพักฟื้น ระยะที่ไม่ไกลนักจากเก้าอี้ตัวนั้นกับห้องของเขาที่อยู่เพียงชั้นสองทำให้เห็นได้ชัดว่าอักษรใบไม้เขียนว่าอะไร ได้แต่บ่นนิด มือเรียวที่ยังมีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้หลวม โอบคนรักแน่น

สายลมอ่อน ๆ พัดเศษใบไม้กระจายว่อน ถึงแม้คำ ๆ นั้นจะถูกลบไปด้วยสายลม แต่มันคงไม่สำคัญอีกต่อไป ในเมื่อจินรู้แล้วนี่นา ว่าคาเมะจะพูดอะไร

end