แว่น แว่น แว่น อยู่ที่ไหนน้า คนตัวเล็กก้มหน้ายุ่ง สองมือขาวไล่ค้นไปตั้งแต่บนโต๊ะที่มีหนังสือกองอยู่เต็ม ตู้หนังสือ ในห้องนอน หรือแม้แต่ในห้องครัว คิ้วเรียวกดเข้าหากันจนแทบชิด เมื่ออวัยวะที่ 33 หายไปจากตัว มันจะไม่สำคัญได้ยังไง กับคนที่สายตาสั้นเข้าหลักมากกว่าร้อย ถ้าไม่มีเจ้าสิ่งนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดละนะ
อยู่ไหน อยู่ไหน อยู่ที่ไหน ปากบางพร่ำ เหมือนพูดเป็นแค่ประโยคเดียว สุดท้ายก็นั่งถอดใจอยู่ข้าง ๆ เตียงนอนใหญ่
หาอะไรเหรอ ผู้ร่วมห้องอีกคนนั่งเท้าคางมองคนตัวเล็ก หน้าคมอมยิ้มกริ่ม รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคาเมะหาอะไร แต่ก็อยากจะดูว่าคนตัวเล็กจะทำยังไงต่อไป ขืนบอกตั้งแต่แรก ก็หมดสนุกน่ะสิ
หาแว่นน่ะ จินเห็นหรือเปล่า เราหาตั้งนานแล้วเนี่ย ไม่รู้เอาไปวางไว้ที่ไหน
เหรอ แล้วหาทั่วหรือยัง ในครัวล่ะ
หาแล้ว เราเพิ่งออกมาจากครัวเมื่อกี้เอง ไม่มี หน้าเรียวสวยมองจินเต็ม ๆ ตา พาดแขนเรียวบนขอบเตียง หัวเล็กเอียงซบกับแขนตัวเอง หาจนเหนื่อยใจ หมดแรงลุกไปไหนแล้ว
ในห้องน้ำ ?
ไม่มี นอกจากเราจะทำหล่นลงไปในชักโครก ซึ่งไม่มีทาง ท้ายเสียงรวนหน่อย ๆ เริ่มหงุดหงิด ยิ่งหาของไม่เจอ นอกจากไม่ช่วยหา จินยังพูดกวนประสาทขึ้นมาอีก ปากเล็ก ๆ ยื่นน้อย ๆ อย่างขัดใจ
แล้วถ้าจินหาเจอ คาเมะจะให้อะไร ปากอิ่มแย้มยิ้ม ไม่ปิดบัง ตาคมกริบ แวววาว เจ้าเล่ห์
ไม่เอาแล้วก็ได้ จะซื้อใหม่ เสียงแบบนี้ ไม่ต้องเดาจินก็รู้ งอนละสิ
คนตัวสูงลุกขึ้นยืน ก้าวไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ก็มานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าคาเมะ มือขาวจัดยกขึ้นมาในระดับสายตาคนตัวเล็ก ดีดนิ้วเป๊าะ แว่นสายตาที่คาเมะใช้เวลาหามานานก็อยู่ตรงหน้าสวย คาเมะมองจินเหมือนมองนักมายากลที่เสกของที่หายไปให้กลับมาได้ ตาเรียวเบิกกว้าง ดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็ก ๆ
มันอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว จินชี้นิ้วไปบนหัว คล้ายจะบอกว่าแว่นนั่นน่ะคาดอยู่บนหัวเล็ก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปสวมแว่นบนหน้าสวยที่แดงระเรื่อ เพราะความอาย
แล้วทำไมไม่บอก ปล่อยให้เราหาอยู่ได้ตั้งนาน กลีบปากบางยิ่งยื่นหนัก ทั้งที่หน้ากำลังแดงขึ้นเรื่อยๆ
นั่นสินะ เพราะอะไรนะ ไม่เพียงไม่ตอบ ยังถามกลับไปให้อีกคนคิดมากเสียยังงั้น ร่างสูงยืดตัวขึ้นยืน ก้าวโหย่ง ๆ ไปที่เตียง ทิ้งตัวลงนอนมองเพดานห้อง รอยยิ้มสวยยังประดับอยู่บนหน้าเข้ม เมื่อนึกถึงว่าคนตัวเล็กคงจะปรายตามอง แล้วก็คงจะทำเสียงจิ๊จ๊ะนิดหน่อย กลีบปากบางคงจะยื่นไปจนถึงปลายจมูกแล้วละมั้ง
จินน่ะชอบแกล้งเรา ปากบางค่อนคนที่นอนสบายอยู่บนเตียง อดไม่ได้ที่จะปรายตาไปแจกค้อนให้อีกหนึ่งวงใหญ่ ปากเล็กบางส่งเสียงจิ๊จ๊ะ ยื่นอย่างขัดใจ
จินชำเลืองมองมาทางคนตัวเล็ก นั่นปะไร ผิดจากที่คิดเสียที่ไหน อีกเดี๋ยวก็คงจะเดินปึงปัง แล้วกระแทกตัวลงนอนบนเตียงนี่แหละ แล้วคาเมะก็ไม่ทำให้จินผิดหวัง คนตัวเล็กทำกิริยาที่จินคิดไว้ไม่ผิดเพี้ยน กระแทกเท้าหนัก ๆ มาล้มตัวลงนอนที่เตียงนุ่ม
เมื่อปิดไฟ มือใหญ่หนาก็ตวัดโอบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด หัวเล็กซบอยู่กับแผงอกกว้าง จินแนบแก้มกับเส้นผมนิ่มก่อนจะเอ่ยคำพูดเบา ๆ ที่ทำให้คนตัวเล็กนอนหลับฝันดี
ไม่มีแว่นก็ไม่เห็นเป็นไร จินเป็นดวงตาให้คาเมะก็ได้นี่ครับ
...............อ๊า.....................
อยู่ ๆ คาเมะก็ตะโกนขึ้นมา เสียงสูง ๆ ทะลุเข้าไปเต็ม ๆ สองรูหู จินที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับสะดุ้งน้อย ๆ ตาคมหันมามองแว่บหนึ่งก่อนจะกลับไปจับจ้องเส้นทางตามเดิม มือขาวใหญ่กำพวงมาลัยไว้หลวม ๆ ชินเสียแล้วกับการโวยวายของคนตัวเล็ก ๆ ถึงอย่างนั้นปากอิ่มแดงก็อดจะแย้มออกถามไม่ได้
เป็นอะไรไป คาเมะ เสียงนุ่ม ทอดอ่อนเสมอ ยามที่ใช้กับคนรัก
เราลืมล็อคประตูอ่ะจิน
แต่ก่อนออกมา คาเมะเดินเข้าไปในบ้านอีกรอบไม่ใช่เหรอ
เราเข้าไปเอาของ
แต่จินถามคาเมะว่าล็อคหรือยัง คาเมะก็บอกว่าล็อคแล้วนี่นา เสียงยังเรียบ อ่อน
เหรอ เราพูดอย่างงั้นเหรอจิน งั้นเราก็คงล็อคแล้วมั้ง คนตัวเล็กพยายามปัดความรู้สึกที่กังวลเกินกว่าเหตุให้พ้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่จินรู้ หัวเล็ก ๆ นั่นคงคิดซ้ำไปซ้ำมากับเรื่องเดิม คนตัวใหญ่กว่าอดที่จะพูดปลอบไม่ได้ อย่างน้อยคาเมะจะได้สบายใจขึ้นล่ะนะ
นั่นสิ อย่าคิดมาก
แต่เรารู้สึกเหมือนยังไม่ได้ล็อคนะ แล้วถ้ายังไม่ได้ล็อคจริง ๆ ถ้าของหายล่ะจิน ท้ายเสียงเหมือนจะถามความคิดเห็นของจิน แต่สภาพของคาเมะมองดูคล้ายบ่นกับตัวเองน่าจะถูกกว่า เพราะเสียงที่เบาลงทุกที
ถ้าโน้ตบุ้คหายล่ะจิน รายงานที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า แล้วยังไอพอดของจินอีก กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ ต้องทำงานพิเศษตั้งหลายชั่วโมงนะ เมื่อวันก่อนบ้านป้ามิโดริเพิ่งโดนขโมยขึ้นด้วย ของหายไปตั้งหลายอย่าง
ปากบางขมุบขมิบต่ออีกยาวยืด น้ำเสียงที่ใช้แสนจะเบา คล้ายพูดกับตัวเอง คิ้วเรียวบางขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ตาเรียวหลุบมองมือตัวเองที่ประสานกับอยู่บนตัก และตอนนี้นิ้วเรียวเล็กไม่ได้วางนิ่งเฉย มันขยับนิด ๆ อย่างคนขี้กังวล ของพวกนั้นมันอาจไม่มีค่ามากมายอะไร แต่จินใช้น้ำพักน้ำแรงแลกมาเชียวนะ ถ้ามันหายไปเพราะคาเมะ คาเมะคงรู้สึกผิดมาก ๆ
ตาคมละจากเส้นทางบนท้องถนน หันมามองเจ้าตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าน้อย ๆ จินอยากจะบอกเหลือเกินว่า
บ้านหลังนั้นน่ะ ไม่มีของมีค่าหรอก ในเมื่อสิ่งที่ค่าที่สุดของจิน นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่ข้าง ๆ นี่ยังไงล่ะ มือใหญ่หนาบังคับพวงมาลัยให้หมุนเปลี่ยนทิศทาง คนตัวเล็กที่ก้มหน้างุดเงยขึ้นมามองจินอย่างแปลกใจ ไม่ใช่ทางไปโรงเรียนนี่นา จินจะไปไหน
จะไปไหนน่ะ จิน
กลับบ้านไง
กลับทำไม
ก็ถ้าไปทั้งอย่างนี้ คาเมะคงไม่สบายใจใช่ไหมล่ะ เสียเวลานิดหน่อย กลับไปดู คราวนี้จินจะเข้าไปด้วยนะครับ
คาเมะไม่ได้ตอบอะไร แต่จินสังเกตได้ คิ้วเรียวคลาย ไม่ขมวดเหมือนเมื่อครู่ ตาคู่นั้นไม่มีแววกังวลหลงเหลืออีก วงหน้าเล็กละมุนละไม มือขาวบางยื่นไปจับมือใหญ่ที่วางหลวม ๆ ตรงเกียร์ออร์โต้ จินเพิ่มแรงบีบกระชับบนมือเล็ก ไม่แน่นจนเหงื่อซึม แต่ไม่เบาบางจนไม่รับรู้ความรู้สึกที่ส่งผ่าน ความรู้สึกที่บอกว่า
............ขอบคุณนะ..............
นี่รู้หรือเปล่า เด็กห้อง C อ่ะ ได้รับอุบัติเหตุ
เป็นไงบ้าง
อยู่ ICU ยังไม่ฟื้นเลย
น่าสงสารนะ
เรื่องเด็กห้อง C ได้รับอุบัติเหตุเมื่อวานนี้ เป็นหัวข้อสนทนาที่คาเมะได้ยินมาตลอดทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องที่เขาเรียนอยู่ ตาเรียววูบสลดกับชะตากรรมของเพื่อนร่วมชั้นปีที่ได้รับ อดจะคิดไม่ได้ คน ๆ นั้นเป็นใครกันนะ อุบัติเหตุไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตาม มันทำให้เกิดความสูญเสียทั้งนั้น เขาได้แต่ภาวนา ขอให้เพื่อนคนนั้นที่เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อว่าเป็นใครจงปลอดภัย
เมื่อคาเมะก้าวเข้ามาในห้อง สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือความเงียบงันที่ผิดปกติ
ไม่มีเสียงพูดคุยเฮฮาในตอนเช้า
ไม่มีเสียงหยอกเย้าล้อเล่นของนักเรียนชายที่ชี้ชวนกันดูเด็กนักเรียนสาว ๆ ในชุดเครื่องแบบน่ารักของโรงเรียนข้าง ๆ
ไม่มีเจ้าแว่นนั่งปั่นการบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะต้องส่งก่อนชั่วโมงโฮมรูม
ไม่มีไอ้อ้วนนั่งกินข้าวกล่องอยู่ท้ายห้อง
ห้องมันเงียบเกินไป
เรียบร้อยเกินไป.....หรือเปล่า
ขาเพรียวก้าวเอื่อย ๆ ไปที่โต๊ะประจำริมหน้าต่าง มือบางหยิบหนังสือที่อยู่ในลิ้นชักออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนที่จะสังเกตเห็นเพื่อนกลุ่มใหญ่พยักเพยิดเกี่ยงให้ใครสักคนมาพูดกับเขา
ตาเรียวชายตามองคล้ายจะถาม เจ้าพวกนี้เป็นอะไรกัน อยู่ๆ ก็ทำเหมือนเขาเป็นตัวประหลาดอย่างนั้นแหละ คิ้วโก่งได้รูปยกขึ้นแทนคำถามที่อยู่ในความคิด สุดท้ายผู้กล้าประจำห้องก็ยอมก้าวออกมาจากกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่ที่ยืนเกาะกันแน่นเหมือนเล่นเกมส์เหยียบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ
คาเมะได้ยินเรื่องเด็กห้อง C แล้วใช่ไหม น้ำเสียงที่พูดบ่งบอกว่าเจ้าตัวใช้ความกล้ามากแค่ไหนในการจะพูดเรื่องนี้ออกมา ถึงอย่างนั้น ก็อดจะเหลียวไปมองเพื่อนกลุ่มใหญ่เพื่อขอกำลังใจไม่ได้
อืม น่าสงสารเนอะ ได้ยินว่าหนักนี่นา ตาเล็กวูบแสงสลด เห็นใจอย่างแท้จริง ถึงไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ยังไงก็อยู่โรงเรียนเดียวกัน แถมชั้นปีเดียวกันอีกด้วย ความรู้สึกใกล้ตัวจนบอกไม่ถูก
แล้วรู้ไหม ว่าคนที่ถูกรถชนน่ะ เป็นใคร
นั่นสิ ใครเหรอ ได้ยินแต่พูดถึงกัน แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตาเรียวมองสบตากับคนที่ถามตรงๆ จนเพื่อนคนนั้นต้องหลุบตาหนี สูดหายใจลึกที่สุดแล้วเปล่งเสียงที่เบาไม่ต่างกับการกระซิบ
ยามะพี
ตาเรียวเบิกกว้าง ไม่มีเสียงใด ๆ เปล่งออกมาจากปากที่เผยอค้าง หน้าสีชมพูระเรื่อเปลี่ยนเป็นขาวเผือด ขาเล็กทรุดลงนั่งพิงกับขาโต๊ะเรียน จนเพื่อน ๆ ต้องกรูกันมาให้กำลังใจคาเมะเป็นวงกว้าง ทุกคนรู้ดี สำหรับคาเมะ ถ้าจินเปรียบเสมือนหัวใจ ยามะพีก็ไม่ต่างอะไรกับเส้นเลือดที่พาเลือดทุกหยดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ เพื่อนคนสนิทอีก 1 คนที่.......ไม่สำคัญ เพียงแต่ขาดไป........ไม่ได้
ความทรงจำครั้งเก่า ๆ ที่เกี่ยวกับเพื่อนตาโต ผิวสีน้ำผึ้งย้อนเข้ามาในความทรงจำ ราวกับหนังที่ฉายภาพย้อนกลับ
พีที่วิ่งมาหาคาเมะซึ่งนั่งอยู่ตรงที่พักรอนักกีฬาข้างสระน้ำ มือใหญ่กร้าน กุมมือเล็กไว้แน่นอย่างลืมตัวจนจินที่เกาะอยู่ขอบสระต้องส่งเสียงท้วง
เฮ้ย แน่นไปเปล่าพี มือนั่นน่ะ ตาคม ๆ จ้องไม่วางตาที่มือสีน้ำผึ้ง จนเพื่อนตาโตต้องปล่อยมือ แล้วเสไปเกาท้ายทอยเล่นแก้เขิน
โทษทีว่ะ ดีใจไปหน่อย แต่ฮิโระเขายอมเป็นแฟนฉันแล้วนะโว้ย หน้าหวานไม่แพ้ผู้หญิงของยามะพีระบายไปด้วยรอยยิ้มสว่างสดใส คงจะเพราะดีใจมากไปหน่อยละมั้ง สุดท้าย ตัวบาง ๆ ของคาเมะก็ถูกรวบไปอยู่ในอ้อมกอดของยามะพีเสียแน่น ความรู้สึกที่มีต่อฮิโระมากเท่าไหร่ ตัวเล็ก ๆ ของคาเมะก็แทบจะกลืนไปในอ้อมแขนนั้นเท่านั้น ถ้าจินจะไม่พรวดพรวดขึ้นมาจากสระน้ำ แล้วคว้าคาเมะออกมาเสียก่อน เพราะกลัวว่าแฟนของเขาอาจฟกช้ำจากแรงกอดของไอ้พีแล้วละก็ คงจะอีกนานเลยที่ยามะพีจะยอมปล่อย
แต่เขายอมคบกับฉันแล้วจริง ๆ นะโว้ย ฮิโระเชียวนะ น้องฮิโระของพี่พี พูดไปก็ยิ้มไป ตากลมเป็นประกายระยิบระยับ คว้าเพื่อนมากอดอีก 1 รอบ แต่คราวนี้ ร่างที่กอดไม่ผอมบาง กลับเต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แถมเจ้าของยังกอดตอบไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก ถึงยามะจะตัวใหญ่ขึ้นแค่ไหน แต่เทียบกับจินแล้วละก็ ยามะยังตัวเล็กกว่าหลายขุม ร่างเล็กสีน้ำผึ้งดิ้นขลุกขลัก เมื่อหลุดออกมาได้ก็ส่งสายตาอาฆาตไปให้เพื่อนตัวโตที่ยืนยิ้มเผล่อยู่ข้าง ๆ คาเมะ
รู้แล้วน่าว่าหวง อดจะบ่นกระปอดกระแปดไม่ได้ มือใหญ่กร้านเพราะเล่นกีฬายกขึ้นมาลูบขนที่ตั้งชั้นอยู่ตามแขนให้ลู่ลง
กอดกับแกนี่มันน่าขนลุกจริง ๆ เลยว่ะ จิน
ท่ามกลางวงล้อมที่เต็มไปด้วยเพื่อน ๆ ตาเรียวมองเห็นเพียงคน ๆ เดียวยืนนิ่งอยู่ตรงประตู สีหน้าของจินเรียบเฉยอย่างที่คาเมะไม่เคยเห็นมาก่อน จินก้าวช้าเข้ามาหาคาเมะ วงล้อมฝูงชนค่อยแหวกออกเพื่อให้จินกับคาเมะมีพื้นที่ มือขาวใหญ่ยื่นมาตรงหน้าของคาเมะเช่นที่เคยทำเป็นประจำทุก ๆ ครั้งเมื่อคนตัวเล็กต้องการพลังเพื่อผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปให้ได้ ในขณะที่มือข้างหนึ่งกุมมือขาวไว้แน่น มืออีกข้างรวบเก็บอุปกรณ์การเรียนของคาเมะใส่ไว้ในเป้เรียนด้วยมือเดียว สองขายาวก้าวเชื่องช้าเช่นตอนเข้ามา แต่ทุกย่างก้าวเน้นหนัก มั่นคง เพื่อเป็นหลักให้คนตัวเล็กที่เดินตามอยู่เบื้องหลัง ความรูสึกของจินที่เป็นห่วงยามะพีมันก็ไม่ต่างกับความรู้สึกของคาเมะหรอก พีเป็นเพื่อนสนิท คนที่มีความหมายมากกว่าแค่เพียงเพื่อนทั่ว ๆ ไป มือใหญ่เพิ่มแรงบีบส่งความห่วงใยไปที่มือเล็กในอุ้งมือที่สั่นน้อย ๆ คาเมะเดินตามจินไปเงียบ ๆ ไม่มีน้ำตาจากคนทั้งสอง ไม่มีเสียงคร่ำครวญหวนไห้
ไม่ใช่ไม่ห่วงใย....แต่มันเป็นอะไรที่มากเกินกว่าจะพูดออกมาด้วยคำว่า ห่วงใย เพียงคำเดียว
ต้นซากุระที่ออกดอกสะพรั่งพราวไปด้วยสีชมพู ตัดกับเนินหญ้าสีเขียวอ่อนดูอบอุ่น เมื่อมองไปตามทางเดินจะสิ้นสุดที่ตึกสีเหลี่ยมไม่สูงนัก แต่ความกว้างที่กินบริเวณเกือบเท่าโรงเรียนมัธยมสักแห่งทำให้ตึกสีขาวมองดูใหญ่โตกว่าความเป็นจริง บนเนินเตี้ย ๆ ใกล้กับโรงพยาบาล เก้าอี้สีเขียวที่พนักทำจากเหล็กเส้นดัดโค้งอ่อนช้อยถูกจับจองด้วยคนสองคน คนหนึ่งตัวเล็กบาง ส่วนอีกคนตัวใหญ่หนา ตาเรียวทอดมองไปที่โรงพยาบาลสีขาว สีของมันเริ่มซีดลงตามกาลเวลาจนกลายเป็นสีเหลืองอ่อน หัวได้รูปสวยย้อนคิดไปถึงระยะเวลาร่วม 2 เดือนที่เขากับจินเข้าออกโรงพยาบาลแห่งนี้ ภาพสายระโยงระยางภายในห้องปลอดเชื้อที่เพื่อนของเขานอนหลับอยู่ คาเมะต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนฮิโระที่ยืนเกาะกระจกมองคนรักด้วยสายตาที่คาเมะไม่อาจจินตนาการว่าเขาจะเป็นยังไง ถ้าคนที่นอนอยู่ในห้องนั้นเป็นจิน ถ้าเป็นเขาที่ยืนในตำแหน่งเดียวกับฮิโระ คำว่าถ้าซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลง
จิน ฉันเคยบอกจินหรือยัง ว่า.............. ท้ายเสียงเบาจนจินต้องขยับตัวเข้ามานั่งใกล้ แต่เสียงนั้นกลับเบาบางจนแม้จินจะนั่งอยู่ในระยะที่เรียกว่าเบียดแนบเนื้อ แต่คนตัวโตกว่าก็ยังไม่ได้ยิน
อีกรอบได้ไหม คาซึยะ ไม่ได้ยินอ่ะ
กลีบปากสีเดียวกับดอกซากุระขยับขึ้นลง อ่านได้ว่า...........
จินเอียงหูมารับริมฝีปากบางเฉียบที่กระซิบพูดคำนั้น คาเมะไม่ทันได้มองว่าตาคมเป็นประกายระยิบระยับเพียงใด เพราะเจ้าตัวอายจนต้องก้มหน้าลงมองเศษใบไม้ที่ปลิวหลุดจากต้นกระจายว่อนไปตามพื้นดิน
จินยกนิ้วขาวขึ้นมาแคะหูสองรอบ ตีหน้ายุ่ง อธิบายเหตุผลที่ทำให้เขากลายเป็นชายแก่หูตึงไปได้ในพริบตา
จินเพิ่งมาจากชมรมอ่ะ เนี่ยหูยังอื้ออยู่เลย ได้ยินไม่ชัดว่าคาเมะพูดอะไร ขออีกรอบนะ พูดจบ คนตัวโตก็ยื่นหูไปรับริมฝีปากบางเฉียบ แต่คราวนี้คาเมะ คว้ามือใหญ่ของจินมาวางที่หน้าตัก นิ้วเรียวเล็กเขียนเป็นตัวอักษรไม่กี่ตัว
ตัวคันจิ อ่านไม่ออก จินหดมือกลับมานั่งกอดอกแน่น หน้าคมแสร้งทำหน้าขัดใจเหมือนเด็ก ๆ คาเมะมองหน้าคนรักแล้วส่ายหัวน้อย ๆ บทจินจะทำตัวเป็นเด็กขึ้นมา ก็เอาแต่ใจน่าดู
ไม่บอกละ คนตัวหันเล็กหันหน้าไปอีกด้าน จนคนตัวสูงทำหน้าเศร้า
ถ้าจินเป็นแบบยามะ จินคงหลับไม่สนิท
หน้าเรียวหันขวับ จ้องคนรักเต็ม ๆ ตา ดวงตายาวรีมีแววตกใจจนจินรู้สึกวูบในช่วงท้อง ไม่น่าเลย
อย่าพูดแบบนี้อีกนะจิน จินก็รู้ว่าเรารู้สึกยังไงกับจิน คาเมะเขยิบตัวอออกห่างไปนั่งที่อีกด้านของเก้าอี้ บรรยากาศที่ไร้เสียงพุดคุยมันเงียบจนจินได้ยินแม้แต่เสียงใบไม้กระทบกันแกรกกราก คาเมะลุกขึ้นยืน คนตัวเล็กเดินแกมวิ่งตรงไปที่โรงพยาบาล ตาคมหม่นแสงนึกตำหนิตัวเองอีกหนึ่งรอบ ไม่น่าเลย ไม่น่าทำให้คาเมะโกรธเลย ดูสิ แม้แต่จะไป ยังไม่ชวนสักคำ แต่เมื่อมองไปตรงที่ว่างที่คาเมะเคยนั่งอยู่ ลูกแก้วสีดำสนิทในตาคมเปล่งประกายแวววาว มุมปากอิ่มแย้มยิ้มกว้าง ลุกขึ้นยืนได้ ก็ออกวิ่งตามคนตัวเล็กที่หายวับเข้าไปในตัวตึกทันที
รัฐบาลเขายิ่งรณรงค์ให้รักษาความสะอาดอยู่ด้วย เจ้าพวกนี้นี่น้า ยามะที่ยืนมองมาจากหน้าต่างห้องพักฟื้น ระยะที่ไม่ไกลนักจากเก้าอี้ตัวนั้นกับห้องของเขาที่อยู่เพียงชั้นสองทำให้เห็นได้ชัดว่าอักษรใบไม้เขียนว่าอะไร ได้แต่บ่นนิด ๆ มือเรียวที่ยังมีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้หลวม ๆ โอบคนรักแน่น
สายลมอ่อน ๆ พัดเศษใบไม้กระจายว่อน ถึงแม้คำ ๆ นั้นจะถูกลบไปด้วยสายลม แต่มันคงไม่สำคัญอีกต่อไป ในเมื่อจินรู้แล้วนี่นา ว่าคาเมะจะพูดอะไร
end