2007/Jul/09

ฝนเม็ดเล็ก ค่อย ๆ เทลงมาจากฟากฟ้า แล้วโปรยเม็ดหนาหนักขึ้นเรื่อย จนคนที่เดินอยู่ตามท้องถนนต้องหาที่หลบฝน คนกลุ่มใหญ่ยืนเบียดกันแน่นอยู่ใต้ชายคาสั้น ๆ มองดูคล้ายปลาที่อัดกันอยู่ในกระป๋องเล็ก รถที่เคยวิ่งบนท้องถนนด้วยความเร็วค่อนข้างสูงลดความเร็วลงแทบจะเท่าระดับปั่นจักรยานเร็ว ๆ เสียมากกว่า ถึงอย่างนั้นน้ำที่ขังอยู่ตามทางยังกระเซ็นขึ้นมาเป็นระลอก สายฝนในฤดูร้อนมักจะตกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเสมอ

เอ่อ คาเมนาชิ คาซึยะ คาเมะหยุดแทบจะทันที เมื่อได้ยินเสียงเรียกตนจากอีกฝ่าย ตาเรียวหันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้เหงื่อซึมตามไรผมจนต้องใช้ผ้าขนหนูขึ้นมาซับ

เอ่อ กรุณารับจดหมายฉบับนี้ด้วยครับ จินเปิดเป้ใบใหญ่ ควานหาซองจดหมายสีฟ้าอ่อนขึ้นมา แต่กว่าที่จินจะหยิบได้ซองจดหมายขึ้นมา ตาเรียวเล็กก็ซอกซอนไปเห็นซองเล็ก ที่มีเม็ดยากลมๆ บรรจุอยู่ มือเรียวสวยเอื้อมมารับจดหมาย

แล้วผมจะมาเอาคำตอบตอนเย็นนี้ที่สวน.......นะครับ คนตัวโตก้มหน้างุด รีบผลุนผลันจากไป

จากวันนั้นล่วงมาถึงวันนี้ เวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ คนตัวเล็กยังเหมือนเดิม เสื้อสีขาวบางเปียกชื้นเพราะหยดน้ำกระเซ็น ผมเส้นเล็กสีน้ำตาลเข้มหมาดน้ำ ไม่ชุ่มโชกเหมือนเมื่อก่อน ภายใต้ร่มพลาสติกสีขาวขุ่นคนสองคนเดินฝ่าสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ตาเรียวเหลือบไปมองมือใหญ่หนาที่จับก้านร่มคอยบังฝนให้เขา แต่ตัวของอีกคนกลับพ้นชายร่มไปกว่าค่อน คนตัวเล็กกว่าขยับตัวนิดหนึ่งเพื่อให้อีกคนเขยิบเข้ามาใกล้ แต่คาเมะยิ่งขยับ จินยิ่งเขยิบ เขยิบแค่มือที่ยื่นไปคลุมร่มให้คนตัวเล็ก ส่วนตัวของจินกลับเปียกชุ่ม

ปากบางเชิดขัดใจ กลอกตาไปด้านหนึ่งอย่างใช้ความคิด ก่อนจะยกมือขาวจับหมับไปที่มือใหญ่หนา จินสะดุ้งโหยงเหมือนเจอของร้อน มือใหญ่โตแทบจะปล่อยร่มทิ้ง แต่ติดที่คาเมะจับทับเอาไว้ก่อน

โกรธเราเหรอ เสียงใสมีแววน้อยอกน้อยใจ ไม่ปิดบัง

เปล่า เสียงที่ตอบกลับมาเบา ตาคมหลุบมองพื้น

งั้นเกลียดล่ะ

เปล่า จินเงยหน้าขึ้นมามองคาเมะอย่างตกใจ ไม่เคยแม้แต่จะคิดเลย คำ ๆ นั้น

นั่นสิ ไม่เกลียด ไม่โกรธ แล้วทำไมไปเดินซะไกล.....เหมือนรังเกียจ ท้ายเสียงแสนเบา จนหน้าเข้มร้อนรน

ป...เปล่านะครับ ตรงข้ามต่างหาก

มาเดินตรงนี้สิ เดินอย่างนี้มันเหมือนเดินคนเดียวรู้หรือเปล่า ลูกแก้วกลมใสในดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายแวววาว ทางหางตา คนตัวโตหน้าเข้มแดง ขยิบตัวเข้ามาใกล้ จนไหล่หนาแตะเบา ๆ กับไหล่บาง คาเมะผ่อนจังหวะการก้าวเดินให้ช้าลง ภายใต้ร่มพลาสติกสีขาวคันไม่ใหญ่โต หนุ่มตัวเล็กหน้าอ่อนใส เดินเคียงไปกับหนุ่มร่างสูงที่มีใบหน้าแดงยิ่งกว่าสัญญาณจราจร

เป็นอะไร หรือว่าตากฝนจนเพี้ยน คือ คำทักทายจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของคาเมะ เมื่อตาคมเหลือบไปเห็นเพื่อนตัวเล็กเดินตัวชื้นเข้ามาในห้อง เสื้อซีกหนึ่งค่อนข้างแห้งแต่อีกข้างกลับเปียกชุ่ม ถึงอย่างนั้นตาเรียวกลับพราวระยับ มันเรื่องอะไรกัน เปียกแค่ครึ่ง หรือฝนจะตกแค่ครึ่งฟ้า ไอ้ตัวเล็กถึงได้เดินอมยิ้มมาแต่ไกล

วันนี้ฉันอารมณ์ดี จะไม่ถือสานายละกัน

ยูมองตามเพื่อนตัวเล็กอย่างสงสัย เรื่องอะไรที่ทำให้คาเมะอารมณ์ดีกันนะ ปกติ เปียกฝนมาทีไร เป็นต้องปึงปังโทษลมโทษฟ้าไปได้เรื่อย คนตัวโตกว่ากอดอกอย่างใช้ความคิด เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงหลังๆ ที่คาเมะมักจะอารมณ์ดีอยู่เสมอ มันต้องมีเรื่องอะไรสิน่า หรือว่าจะเป็นเพราะ.......นายคนนั้น

ไปกินข้าวกันไหม คาเมะ เมื่อเลิกเรียน หนุ่มจมูกโตลองชวนคนตัวเล็กไปกินข้าว ถ้าเป็นปกติ คาเมะต้องตกลงแน่ นอกจากหมอนี่จะมีคนไปกินด้วยแล้ว ซึ่งถ้ายูคำนวณไม่ผิด คน ๆ นั้นต้องเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้เจ้าตัวเล็กอารมณ์ดีแน่ ๆ

ไปกินกับสาว ๆ ของนายเหอะ คนตัวเล็กทำน้ำเสียงน้อยใจ สะบัดหน้าไปอีกด้านเพิ่มความสมจริง

ไม่บอกแบบนี้ตั้งแต่แรกฮะ จะได้ไม่ปฎิเสธเอริกะจัง พูดยังไม่ทันจบ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังแทรกขึ้นมา คนตัวเล็กตาวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงลอดผ่านออกมาจากเครื่องมือสื่อสารอันเล็กจิ๋ว

ครับ ว่างครับ

อะไรกัน ยูใจร้าย ไหนบอกจะพาเอริกะไปกินข้าวไง แล้วทำไมยังบอกว่าว่างอีก ฮือ..... ไอ้ตัวเล็กบีบเสียงล้อเลียนพยายามให้เหมือนเสียงผู้หญิงที่สุด พูดดัง ๆ ให้ได้ยินไปถึงปลายสาย ท้ายประโยคยังแอบแถมบีบน้ำตาส่งอีกแน่ะ

เดี๋ยว มิกะจัง เข้าใจผิดแล้ว ฟังผมก่อน ชายหนุ่มละล่ำละลักแก้ตัว แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเจ้าหล่อนกระแทกหูโทรศัพท์ลงโครมใหญ่ จนยูต้องยื่นโทรศัพท์ห่างจากตัว ก่อนจะหูอื้อกะทันหัน

วันนี้ฉันมีนัดแล้ว ไปก่อนนะ ยู ..อิ...จิ...คุง รอยยิ้มของปีศาจตัวน้อย ๆ ระบายบนหน้าสวย เมื่อเห็นเพื่อนคนสนิทถูกสาวเมิน 2 รายเป็นอย่างน้อยเพราะตัวเอง ช่วยไม่ได้ อยากปากเสียก่อนนี่นะ แล้ววันหลังคาเมะจะมากินข้าวด้วยละกัน

เจ้าตัวเล็กเดินลั้ล ลา ไปที่จุดนัดหมาย แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อภาพที่คาเมะเห็นบ่อยจนชินตา คือ คนตัวใหญ่หนา ผิวขาวจัดที่มักจะมาถึงก่อนเวลานัดเสมอ คน ๆ นั้นจะยืนคอยเงียบ ๆ หน้าคมเข้มมักจะก้มมองต่ำ บางครั้งคาเมะยังแอบเห็นคน ๆ นั้นเอาเท้าเขี่ยเศษใบไม้เล่นเหมือนเด็ก ทุก ครั้งที่เจอกัน ตาคมใสแจ๋วจะมองเขาตรงๆ เพียงแว่บเดียว ก่อนจะเสไปมองโน่น มองนี่ ไม่ยอมสบตาเขาอีกเลย แต่วันนี้มันอะไรกัน

คน ๆ นั้นไม่อยู่ตรงที่เดิม ปล่อยให้เขารอเก้อ ทั้ง ๆ ที่นัดกันแล้ว ตาคมมองหน้าปัดนาฬิกาผ่าน ๆ อย่างหงุดหงิด เมื่อเลยเวลานัดมากกว่าสี่สิบนาที อารมณ์ที่ดีมาตลอดวันเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว คิ้วเรียวมุ่นขัดใจ หน้าเรียวเล็กบูดสนิท

กล้าเบี้ยวฉันเหรอเนี่ย นายกล้ามาก อาคานิชิคุง

ปิ๊ง...ป่อง....ปิ๊ง....ป่อง...

คนตัวเล็กกดออดหน้าบ้านแรง 2-3 ครั้งตามอารมณ์ที่ขุ่นมัว ต่อเมื่อหญิงกลางคนหน้าตาใจดีออกมาเปิดประตูต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้ม สติที่หลุดลอยก็ดูเหมือนจะบินกลับเข้าร่าง

ตาเรียวหลุบลงต่ำ ก้มหัวลงเพื่อขอโทษจนหัวเล็ก แทบจะโน้มไปถึงพื้น

ไม่เคยน้อตหลุดขนาดนี้มาก่อน กับแค่คน ๆ หนึ่งเบี้ยวนัด ใช่ว่าตัวเองจะไม่เคยเบี้ยวนัดใคร แต่ทำไมกับคน ๆ เดียว ถึงได้หงุดหงิดปานนี้

ขอโทษครับ คือ ผมเป็นเพื่อนของอาคานิชิ แต่....

จินไม่สบายน่ะจ้ะ ยังไม่ทันได้พูดต่อ หญิงวัยกลางคนก็อธิบายถึงเหตุผลให้คนตัวเล็กฟัง

ตาเรียวเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง แล้วไม่นาน หัวคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นเป็นปม

แม่ของจินหัวเราะน้อย ๆ กับเพื่อนของลูกชาย เปิดประตูเชื้อเชิญให้คนตัวเล็กขึ้นไปเยี่ยมบุตรชายที่นอนซมเพราะพิษไข้

แม่ฝากจินด้วยนะจ๊ะ ฝนตั้งเค้ามาอีกแล้ว ต้องเอาร่มไปรับพ่อตาหนู เดี๋ยวจะป่วยกันทั้งพ่อทั้งลูก

คาเมะผงกหัวรับโดยง่าย ก่อนที่นางอาคานิชิจะออกไป เจ้าตัวเล็กยังโบกมือส่งหยอย เหมือนตัวเองเป็นเจ้าบ้านออกมายืนส่งแขกยังไงอย่างงั้นเลยทีเดียว

เมื่อนางอาคานิชิออกไปแล้ว คาเมะก็จัดการปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย แล้วไม่นาน ขาเล็ก ก็เดินขึ้นไปตามบันไดบ้าน และหยุดลงหน้าห้องที่มีป้ายทำด้วยไม้สลักอักษรหลา ห้องตาหนู

คนตัวเล็กยืนค้างอยู่หน้าห้อง เสียงของนางอาคานิชิลอยแว่วมาตามความทรงจำ ต้องเอาร่มไปรับพ่อตาหนู

หัวเล็กกระหวัดไปถึงคนที่นอนซมอยู่ในห้อง ถึงตัวออกจะโต แต่ท่าทางประหม่าอายที่เห็นจนคุ้นตา จะกลายเป็นตาหนูของที่บ้านก็คงไม่แปลกนี่นะ

มือเล็ก บิดลูกบิดเปิดประตูอย่างเบามือ แล้วก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบที่สุด

เก้าอี้ไม้ข้างโต๊ะหนังสือถูกดึงออกมาใช้สำหรับแขกจำเป็น เจ้าตัวเล็กมองคนที่หลับพริ้มไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง เพราะพิษไข้หรือไงนะ หน้าคมถึงได้เฉดสีจัด ปากอิ่มแดงเข้มเหมือนผลสตรอเบอรี่สุกปลั่ง น่าลิ้มลอง โดยไม่รู้ตัวปากบางแตะแผ่วไปที่ปากอิ่ม สัมผัสอุ่นร้อนทำให้คนตัวเล็กผงะ

เมื่อกี้นี้เขาทำอะไรลงไป นั่นคนป่วยนะ แต่เท่าที่รู้ นี่เขากำลังขโมยจูบคนป่วยอยู่นี่นา

คาซึยะ นายทำอะไรลงไปน่ะ คนตัวเล็กพร่ำถามตัวเองซ้ำไปมา นอกจากไม่มีคำตอบ อวัยวะที่อยู่ทางด้านซ้ายกลับกระหน่ำเต้นระรัวเป็นกลองรบ ยังไม่ทันสงบจิตสงบใจ ตัวต้นเหตุก็พลิกกระสับกระส่าย มือใหญ่หนากระชากเสื้อนอนจนเผยอกกว้างเต็มสองตา

ร้อน เสียงพึมพำคล้ายคนไม่รู้ตัว ในขณะที่มือใหญ่ตั้งท่าจะกระชากเสื้อให้หลุดอยู่รอมร่อ และเสื้อนอนคงจะหลุดจากตัวไปจริง ๆ ถ้าคนตัวเล็กไม่มือไว ตะครุบมือจินไปทั้งตัวจนร่างเล็ก เสียหลักซบลงที่อกชื้นเหงื่อ

เมื่อรู้ตัว มือเล็กบางยันอกกว้างหวังจะลุกขึ้น แต่อ้อมแขนใหญ่กลับกระชับแน่น พึมพำเบา ๆ คาเมะจัง

ตาเรียวสวยช้อนขึ้นมองคนป่วย ไม่แน่ใจ จินหลับจริงหรือเปล่า ลองขยับดูอีกนิด อ้อมกอดแข็งแรงก็ป่ายปะไปทั่ว ทันทีที่หลุดพ้นจากอ้อมกอด คาเมะรีบตะกายไปเกาะเก้าอี้แน่น อดจะปรายตาไปแจกค้อนให้คนป่วยไม่ได้

เมื่อกี๊ฉันขโมยจูบนาย ส่วนนายก็ขโมยกอดฉัน ถือว่าหายกันนะ อาคานิชิ ปากบางเชิดกับคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง

คนตัวเล็กกลับมาประจำตำแหน่งที่เก้าอี้ไม้ข้างเตียง มือบางเอื้อมไปคว้าผ้าห่มที่ร่นไปอยู่แทบเท้าของคนป่วยออกคลี่คลุมร่างสูงใหญ่อีกครั้ง เมื่อมือสัมผัสผิวเนื้อบาง ความอุ่นร้อนที่เพิ่มขึ้น ทำเอาคนตัวเล็กหดมือกลับอย่างทันที

ไข้ขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย คาเมะพึมพำกับตัวเอง หันรีหันขวางมองหาวิธีคลายความร้อน

เช็ดตัว ต้องเช็ดตัว ไวเท่าความคิด คนตัวเล็กลุกพรวดจากเก้าอี้ ออกก้าวเดินไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัวคนป่วยทันที

ไม่นานคนตัวเล็กก็กลับมาพร้อมกะลังมังที่ใส่น้ำจนเต็ม ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกพาดไว้ที่คอบาง ท่าทางทะมัดทะแมงเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นเงอะงะเมื่อเห็นหน้าคนป่วย

อย่าทำหน้าแบบนี้เด้ นายกำลังยั่วฉันอยู่นะ อาคานิชิ คนตัวเล็กมองคนป่วยที่หลับตาพริ้ม หน้าเข้มแดงเรื่อ ปากอิ่มเผยอน้อย อย่างคนที่หายใจไม่สะดวกนัก แต่เวลานี้ปากนั้นกลับมองดูคล้ายกำลังชวนเชิญเขาอยู่ แล้วยังผมนั่นอีก ปกติจะฟูฟ่องเป็นรังนก แต่เวลานี้กลับเปียกลู่เข้าทรงกว่าตอนปกติเสียด้วยซ้ำ คนบ้าอะไรนะ เวลาป่วยยังดูดี

คนตัวเล็กสะบัดหัวไล่ความคิดนั้น 2-3 รอบ มือเล็กจุ่มผ้าขนหนูหมาดน้ำ เริ่มไล้ไปตามแขนของคนป่วย เสียงฮึมฮัม ลั้ล ลา จากคนตัวเล็กอย่างอารมณ์ดีดังลั่นห้อง

We've got what you need

weve got what you want

..

..

Here We Go!

Everybody in the house Yeah! Yeah!

เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานค่อย ช้าลง เมื่อการเช็ดแขนสิ้นสุด ผ้าผืนน้อยค่อย ซับไปตามแผงอกแกร่งอย่างเบามือ ปากกระจับเล็กยังคงร้องเพลงต่อ แม้จะตะกุกตะกักเต็มที

We've.got what you.. need

weve got.. what. You. want

..

..

Here.. We Go!

Everybody.. in.. the.. house. Yeah! Yeah!

เมื่อการเช็ดอกกว้างสิ้นสุดลง คนตัวเล็กกลืนน้ำลายเอื๊อกลงคอ มือขาวค่อย ๆ ดันกางเกงเนื้อบางร่นพ้นเอว รวบรวมสติทั้งหมดเช็ดตัวอย่างรวดเร็ว พยายามร้องเพลงกลบเกลื่อนเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะมีอะไร แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูคล้ายแผ่นเสียงตกร่องที่ยานคาง

อะ อะ อิน เดอะ เฮ้า ยะ เย้ เย้

เมื่อเช็ดตัวเสร็จ คนตัวเล็กก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างสูงใหญ่จนถึงคอ หน้าสวยมองคนที่หลับสบายอยู่บนเตียง มือเล็กยกขึ้นมาซับเหงื่อที่ซึมตามไรผม ไม่เคยรู้มาก่อนเลย การเช็ดตัวคนป่วยจะเหนื่อยขนาดนี้

น้ำ น้ำ คนป่วยยังละเมอร้องหาน้ำ เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำไปกับเหงื่ออยู่มากโข

คนตัวเล็กเหลียวมองไปรอบ ไม่มีน้ำในห้องนี้ คนตัวเล็กจึงออกจากห้องไปอีกรอบ เมื่อกลับมา มือข้างหนึ่งก็ประคองขวดน้ำ ในขณะที่อีกข้างถือแก้วใสไว้แน่น

น้ำมาแล้ว มือเล็กประคองคนตัวโตกว่าในอ้อมแขน มืออีกข้างส่งแก้วที่บรรจุน้ำอยู่เต็มจ่อที่ปาก เมื่อน้ำถูกส่งเข้าปาก ธารน้ำเล็ก กลับไหลออกตามมุมปาก น้ำเต็มแก้ว แต่จินได้กินจริง ๆ ไม่ถึง 1 ใน 4

เฮ้อ ฉันไม่ได้ฉวยโอกาสนะ ลิ้นเล็กแตะที่มุมปากแห้ง ก่อนจะกระดกน้ำแก้วใหม่ ป้อนน้ำเข้าปากคนป่วย เมื่อริมฝีปากบางแตะโดนปากอิ่มของจิน จินตอบรับน้ำนั้นอย่างหิวกระหาย ปากอิ่มดูดเม้มกลีบบางอย่างโหยหา จากการป้อนน้ำในตอนแรกแปรเปลี่ยนกลายเป็นแลกจูบในตอนท้าย คนสองคนต่างเติมความหอมหวานให้แก่กัน ลิ้นเล็กค่อยไล้ เกี่ยวกระหวัดไปในโพลงปากอุ่นซึ่งส่งลิ้นดุนดันตอบรับสัมผัสหวาน แต่ความหอมหวานก็สะดุดลงเมื่อร่างสูงใหญ่มีท่าทีคล้ายเหนื่อยหอบ อาจจะเพราะไม่สบายอยู่กระมัง การหายใจที่ติดขัด กอปร์กับการแลกจูบอันยาวนาน ทำให้เป็นอุปสรรค์ไม่น้อย ในที่สุดตาคมเข้มก็เปิดขึ้นเต็ม ๆ ตา

เห คาเมะจัง ตาคมกะพริบปริบ มองหน้าคนตัวเล็กที่แดงจัดอย่างงุนงง

เป็นอะไรไปครับ คาเมะ

นายไม่สบาย ฉันเลยมาเยี่ยม แต่ตอนนี้จะกลับแล้ว พักผ่อนเยอะ ๆ ล่ะ หน้าเรียวแต้มสีเข้มไม่ยอมสบตาคนป่วย ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวพรวดออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้จินได้แต่มองตามอย่างงง

หลายวันต่อมา

ฮัดเช้ย....ฮ...ฮัดเช้ย เสียงจามถี่ ดังออกมาจากคนตัวเล็ก ในมือขาวมีกระดาษทิชชู่เป็นอาวุธ

เป็นหวัดได้ไงเนี่ย เพื่อนจมูกโตเกาหัวแกรก ก็ดูสิ ตากฝนตั้งเท่าไหร่ คนตัวเล็กกลับหัวแข็งไม่เคยมีอาการให้เห็นแม้แต่น้อย แต่นี่แดดสว่างโล่ เจ้าเพื่อนตัวเล็กกลับทั้งจาม ทั้งสั่งน้ำมูก แต่เมื่อมองไปที่คนตัวสูงที่ก้มหน้างุด ถึงอย่างนั้นก็ยังซ่อนสีแดง ๆ บนใบหน้าไว้ไม่มิด เพื่อนจมูกโตก็อมยิ้ม

อ๋อออออออออ เสียงลากยาวอย่างรู้ทัน ทำให้ตาเรียวตวัดมอบค้อนให้ดังฉับ

ช่างฉันเถอะน่า ไอ้เพื่อนบ้า

เสียงโหวกเหวก หยอกล้อ สลับเสียงจามดังไปตลอดทาง

และมันคงเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

ตราบใดที่แสงแดดยังคงส่องผ่านม่านน้ำของละอองฝน

เมื่อนั้น ความสดชื่นจะมาพร้อมความอบอุ่น...เสมอ

end

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
พี่หว่อง...

หวานไม่เสร็จ..
แต่ก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ จิ้นต่อเองกะได้
อยากเป็นเม้....
#1  by  แจน (161.200.255.162) At 2007-07-10 23:41, 
พี่ปัท... คิดถึงจังค่ะ ไม่ได้คุยกันนานแล้วเน้
#2  by  แจน (161.200.255.162) At 2007-07-29 21:27, 
น่ารักอีกแล้ว

น่าจะแต่งต่อเนาะ เหมือนยังไม่จบเลย

แต่ก็น่ารักดีค่ะเรื่องนี้

ชอบเมะกะจินแบบนี้จัง
#3  by   (222.123.168.183) At 2007-07-30 09:08, 

<< Home